Old Board
พฤศจิกายน 21, 2017, 02:21:42 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครทราบว่ามีมหาวิทยาลัยประเทศใดบ้าง..ที่เปิดสอนวิชาก่อสร้าง.ปราสาทหินโบราณ..!  (อ่าน 22116 ครั้ง)
เนียงอัปสรา
Full Member
***
กระทู้: 510


จำ เรียบ โซรฺ


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« เมื่อ: มิถุนายน 22, 2006, 02:52:24 PM »


ใครทราบว่า.....มีมหาวิทยาลัยประเทศใดบ้าง......ที่เปิดสอนวิชาก่อสร้าง....ปราสาทหินโบราณ..![/b][/color]


ถ้ามี....
จะนำมาสอนให้บรรดาช่างก่อสร้าง
ในกรมศิลปากรได้เรียนหน่อย...

เพราะท่านอธิบดีกรมนี้
ท่านยอมจำนนแล้ว
ว่าหมดภูมิปัญญา
ในการบูรณะปราสาทหินโบราณแล้ว..!


ลองอ่านจดหมายจากอธิบดีกรมศิลปากรฉบับนี้ดู...

********************************************************************************

ที่ วธ. ๐๔๐๓/๒๔๗๒
กรมศิลปากร  ถนนหน้าพระธาตุ กทม.๑๐๒๐๐
๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๘

เรื่อง ชาวศีขรภูมิเรียกร้องทับหลังปราสาทศีขรภูมิกลับคืน

เรียน นายปริญญา กรวยทอง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสุรินทร์
อ้างถึง หนังสือของท่านที่ พิเศษ/๒๕๔๘ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๔๘


ตามหนังสือที่อ้างถึงแจ้งว่า
ชมรมคนรักปราสาทศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์
ขอให้ท่านช่วยติดตามเรื่องที่ชาวศีขรภูมิ
เรียกร้องทับหลังปราสาทศีขรภูมิ
 ซึ่งเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
และจังหวัดสุรินทร์ รวม 2 ชิ้น
กลับไปติดตั้ง ณ สถานที่เดิม
และจัดวางชิ้นส่วนต่างๆ
ให้เหมาะสมกับเป็นสิ่งของมีค่า
ควรแก่การเคารพ ความละเอียดแจ้งแล้วนั้น

กรมศิลปากร มอบให้สำนักโบราณคดี
โดยสำนักงานกรมศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
ตรวจสอบแล้ว ขอเรียนชี้แจงดังนี้

๑ ปราสาทศีขรภูมิ
เป็นกลุ่มโบราณสถานที่ก่อด้วยอิฐ หินทราย และศิลาแลง
ประกอบด้วยปรางค์ก่ออิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน
หันหน้าไปทางทิศตะวันออก แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส
โดยมีปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงกลาง
 และปรางค์บริวารทั้ง ๔ องค์ ล้อมอยู่ทั้ง ๔ ทิศ

๒. สภาพทั่วไปก่อนดำเนินการบูรณะ

ตัวปรางค์ประธาน
ซุ้มประตูทางเข้ามีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์
ทั้งเสาติดผนัง เสาประดับกรอบประตู
ที่รองรับตัวทับหลังและทับหลัง

สำหรับปรางค์บริวารทั้ง ๔ หลัง
ซุ้มประตูทางเข้า ชำรุดหักพังลงทั้งหมด

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๕๓๓
หน่วยศิลปากรที่ ๖ พิมาย
ได้ดำเนินการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์
โบราณสถานดังกล่าว ตามหลักฐานที่หลงเหลืออยู่

๓. หน่วยศิลปากรที่ ๖ พิมาย
ได้นำทับหลังพระกฤษณะประลองกำลังทั้ง ๒ ชิ้น
ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย
เมื่อดำเนินการก่อสร้างอาคาร
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์แล้วเสร็จ
จึงนำไปจัดแสดงในห้องอารยะธรรมขอม
ของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์


๔. การตรวจสอบหลักฐาน
รายละเอียดและขนาดของทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น
กับจุดที่ตั้งทับหลังบนปรางค์บริวารทั้ง ๔ หลัง พบว่า
 
ช่องติดตั้งทับหลัง
ของปรางค์บริวารทั้ง ๒ หลังด้านตะวันออก
มีขนาดใหญ่กว่าทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น

ส่วนปรางค์บริวาร ๒ หลังด้านทิศตะวันตก
มีขนาดความกว้างของช่องใส่ทับหลังใกล้เคียงกับตัวทับหลัง
 
แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่า
ทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น เป็นของปรางค์หลังใด


๕. แม้จะพิสูจน์ความได้ว่า
ทับหลังทั้ง ๒ ชิ้น เป็นปรางค์บริวารหลังใด
แต่โครงสร้างของซุ้มประตูปรางค์บริวารทั้ง ๔ หลัง
หักพังลงมาจนหมด

จึงไม่สามารถที่จะนำทับหลังทั้ง ๒ ชิ้นนี้
ประกอบติดตั้ง ณ ตำแหน่งเดิมได้



กรมศิลปากรพิจารณาแล้วเห็นว่า
การนำทับหลังภาพพระกฤษณะประลองกำลังทั้ง 2 ชิ้น
ไปจัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์
เป็นการสมควร เพราะเป็นพิพิธภัณฑสถานประจำจังหวัด
 และเป็นศูนย์กลางการศึกษาเรื่องราวในอดีตของจังหวัดสุรินทร์
 ซึ่งเป็นพื้นที่โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่

ส่วนชิ้นส่วนโบราณสถานอื่นๆของปราสาทศีขรภูมิ เช่น
 กลีบขนุน บัวยอดปรางค์ ซึ่งไม่สามารถนำกลับขึ้นไปติดตั้งได้
จึงต้องนำมาจัดวางไว้ในที่เหมาะสมเป็นระเบียบเรียบร้อย
เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

สำนักงานศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
ได้จัดทำแผนก่อสร้างแท่นฐานวางโบราณวัตถุดังกล่าว
 และปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชม

ขณะนี้รูปแบบรายการได้รับอนุมัติแล้ว
แต่ยังขาดงบประมาณในการดำเนินการ
และในปีงบประมาณ ๒๕๔๘
จะนำเสนอจังหวัดสุรินทร์
 เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ
แบบจังหวัดบูรณาการอีกทางหนึ่ง

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ

ขอแสดงความนับถือ
(ลายมือชื่อ)
นายอารักษ์ สังหิตกุล
อธิบดีกรมศิลปากร

สำนักโบราณคดี
สำนักงานศิลปากรที่ ๑๒ นครราชสีมา
โทร. ๐๔๔-๒๘๕๐๙๖


*****************************************************************************

ตัวหนังสือหนาสีน้ำตาล คือความหมดภูมิปัญญาในการก่อสร้าง...


จริง  หรือ...มั่วนิ่ม

โปรดติดตาม....ตอนต่อไป..
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 22, 2006, 03:19:58 PM โดย เนียงอัปสรา » บันทึกการเข้า

นครธม วันนี้ มีหลานสาว        ของพระเจ้าชัยวรมัน ท่านที่เจ็ด
สืบทอสาน ศิลปะประดุจเพชร  เจียรนัย ทีเด็ด ให้ชนชม.
Duang
YaBB God
*****
กระทู้: 1297


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 05, 2006, 01:23:00 PM »

ลุงทวารบาล ไม่ได้เขียนเอง อ่านเองหรอกค่ะ
สนใจอ่านอยู่ตลอดเวลา
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย
บันทึกการเข้า
นายทวารบาล
Full Member
***
กระทู้: 750


โซร์ ซไดย์..บองปะโอน!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2006, 03:20:56 PM »

เล่าเรื่อง...  การสร้างปราสาท..
..เพราะศรัทธา หรือถูกบังคับ...ต่ออีกนิดก่อน..

......................................................................

พระเจ้าชัยวรมันที่ 7
ประกอบพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อ ค.ศ.1181
ดังนั้นพระองค์จึงเป็นหนี้บุญคุณกษัตริย์องค์ก่อนๆ น้อยมาก
แต่จารึกบอกเราว่า
ทั้งหมดนั้นเป็นเพราะพระปริชาสามารถส่วนพระองค์
เพราะความศรัทธาเลื่อมใสพุทธศาสนา
และเพราะชัยชนะในการรบตลอด
ราวๆ สามสิบปีต่อมา (เราไม่รู้แน่ว่าพระองค์สวรรคตปีใด)
พระองค์ปกครองกัมพูชาอยู่ใต้อุ้งพระบาทด้วยพระราชบุคลิก
และพระราชดำริเกี่ยวกับกษัตริย์
อย่างที่ไม่มีผู้ปกครองคนใดของกัมพูชาทำได้

ยกเว้น สีหนุ ในทศวรรษที่ 1960
 และ พอลพต ในปลายทศวรรษที่ 1970

ชัยวรมันก็เช่นเดียวกับผู้ปกครองยุคใหม่ทั้งสองคนนี้
ทรงประสงค์จะเปลี่ยนแปลงกัมพูชา โดยมองว่า
พระองค์เองคือเครื่องมือที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนั้น

ยิ่งกว่านั้น ผลประโยชน์หลายอย่างในรัชสมัยของพระองค์
เกิดจากเนื้อหาอันเคร่งครัดของคำ “พุทธ” และ “ราชา”
ทรงใช้เครื่องมือของระบบกษัตริย์ตามคติของฮินดู
รวมทั้งความยิ่งใหญ่ทางวัตถุตามคตินั้น

พร้อมๆ กับทรงลดละ
(ถ้าจารึกของพระองค์เชื่อถือได้)
ยอมสละพระองค์
เพื่อขจัดทุกข์ของประชาราษฎร์ในฐานะพระราชา

พระองค์โปรดให้สร้างถนนตลอดทั่วราชอาณาจักร
บางทีอาจเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว
ในการเคลื่อนทัพปราบกบฎหรือรุกรานจากภายนอก

ในฐานะชาวพุทธ
ถนนเหล่านี้เป็นหลักฐานแห่งความเมตตากรุณาของพระองค์

โครงการสาธารณูปโภคในรัชสมัยของพระองค์
ขยายกว้างขวางยิ่งกว่ารัชสมัยใดๆ

การใช้ระบบกษัตริย์เป็นเครื่องมือในการรวมชาติ
โดยบุรุษที่มีข้อโต้แย้งมากว่าเป็นคนนอกที่สุดในบรรดากษัตริย์กัมพูชา
ทำให้รัชสมัยของชัยวรมันดูจะมีข้อขัดแย้งกันเป็นพิเศษ
คำอธิบายเกี่ยวกับบุรุษผู้นี้จึงมักลงเอยในรูป
 “ในด้านหนึ่ง” และ “อีกด้านหนึ่ง” เสมอ

ตัวอย่างเช่น
ภาพจำหลักหลายภาพที่ปราสาทบายน
แสดงภาพการศึกอันทารุณโหดร้ายกับชาวจาม

และจารึกของพระเจ้าชัยวรมันหลายหลักยกย่องการแก้แค้น
และพระปรีชาสามารถด้านการเมืองของพระองค์ในการต่อกรกับจาม

แต่ในด้านหนึ่ง
ภาพสลักศิลาของพระองค์ที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบัน
แสดงพระองค์ในฐานะนักบวชที่กำลังเพ่งภาวนา

แต่เรารู้จากจารึกว่า
พระองค์ “ทรงเป็นทุกข์เกี่ยวกับความเดือดร้อนของราษฎร
 มากกว่าเรื่องส่วนพระองค์
ความเจ็บปวดทางร่างกายสำหรับมนุษย์
เป็นความเจ็บปวดทางจิตวิญญาณสำหรับพระองค์
 และดังนั้นจึงเสียดแทงใจยิ่งกว่า”

กระนั้นพระองค์ก็ยังโปรดให้เร่งสร้างถนนหนทาง
วัดวาอาราม ที่พักคนเดินทาง
สระน้ำ และอโรคยาศาลาหรือโรงพยาบาล
นับแต่ขึ้นครองราชย์เมื่อ ค.ศ.1181
ไปจนถึงช่วงปีหลังๆ แห่งรัชกาล
 คือราวๆ ทศวรรษที่สองแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 13

ปรากฏว่าอาคารเหล่านี้หลายหลังสร้างอย่างลวกๆ ฝีมือด้อยคุณภาพ
พอถึงปลายรัชกาล หินทรายและหินปูนที่จะใช้ในเมืองพระนครก็เริ่มหมด
 
จารึกบอกเราว่า
ผู้คนนับแสนลงแรงสร้าง
และดูแลรักษาอาคารเหล่านี้
ทุกคนทำด้วยอุดมคติ
 เพราะเชื่อว่าการทำอย่างนั้น
จะช่วยให้พวกเขาพ้นทุกข์



ในสายตาของคนยุคศตวรรษที่ 20
 เรื่องอย่างนี้ถ้าพูดไปก็จะน่าขัน
แต่เราตัองเข้าใจว่าความทุกข์ในพุทธศาสนานั้น
ไม่ได้หมายเพียงทุกข์ทางกาย
แต่สัมพันธ์กับเป้าหมายในชีวิต

และแนวทางที่ว่า
ยอมทุกข์บางอย่าง
เพื่อรับใช้คำสอนของพระศาสดา เช่น

ยอมทุกข์ยากลำบากเพื่อเชิดชูพระพุทธเจ้า
ด้วยการสร้างนครแห่งพระเจ้าชัยวรมัน
ทำให้กรรมกรมั่นใจว่า
ชาติหน้าพวกเขาจะทุกข์น้อยลง
มีความสุขมากขึ้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 11, 2006, 03:45:27 PM โดย นายทวารบาล » บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม ความลุ่มหลง   มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา
จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์       ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
นายทวารบาล
Full Member
***
กระทู้: 750


โซร์ ซไดย์..บองปะโอน!


ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2006, 03:31:21 PM »

 
...............ขอสรุปเปรียบเทียบ...................


....การสร้างปราสาท...............เพื่อเคารพบูชา(ศรัทธา)

.....แตกต่างจาก...........

.....การสร้างกำแพงเมืองจีน......(สงคราม)

......การสร้างทัชมาฮาล............(ความรักของสองชีวิต)
บันทึกการเข้า

ไม่มีแล้ว สงคราม ความลุ่มหลง   มีแต่องค์ ปราสาทใหญ่ ให้ศึกษา
จารึกความ ยิ่งใหญ่ อลังการ์       ให้สืบทอด เจตนา นิรันดร.
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC3 | SMF © 2001-2006, Lewis Media | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!