เรื่องลามก

<< < (2/53) > >>

บักวี สีวิดทะยาสาด:
หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์ของมาเลเซียรายงานในวันนี้ (28) ว่าสภาฟัตวาแห่งชาติได้ตัดสินให้การส่งข้อความสั้น (SMS) เพื่อชิงรางวัลนั้นผิดกฎของศาสนาอิสลาม และมุสลิมคนใดก็ตามที่เข้าร่วมกับกิจกรรมดังกล่าวก็อาจจะต้องนำมาสอบสวนที่ศาลชาริอะห์ (ศาลศาสนา)

สภาฟัตวาแห่งนี้เป็นที่รวมของนักการศาสนาที่มาร่วมกันตัดสินและชี้ขาดหลักของศาสนาอิสลามภายใต้การพระราชูปถัมภ์ของยังดีเปอตวนอากงมาเลเซีย

“คนกลุ่มนี้ตั้งหน้าตั้งตาส่งเอสเอ็มเอสเป็นจำนวนมากแต่พวกเขาก็ไม่ได้อะไรกลับมาเลย สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นที่อนุมัติตามหลักของศาสนาอิสลาม” หนังสือพิมพ์เดอะสตาร์อ้างคำกล่าวของดร.อิสมาอิล อิบรอฮีมประธานสภาฟัตวาแห่งชาติ

การส่งข้อความตอบคำถามชิงรางวัลนั้น อาจเป็นแนวทางหนึ่งที่บริษัทจัดการแข่งขันมีชื่อเสียงและได้โปรโมตสินค้ามากขึ้น แต่ในขณะที่เดียวกันเจ้าของเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือก็มีรายได้จากค่าส่งเอสเอ็มเอสเช่นกัน

add:
ลืมตอบข้อความวันที่ 18 ก.ค. 47

           "จะไปสุดกรงใหนก็ไม่รู้นะป้า?"

           จนป่านนี้  ก็ไม่รู้ว่ามันสุดตรงไหนเหมือนกัน  รู้แต่ว่าน่าจะส่งตำรวจคนนี้ไปอยู่ภาคใต้เนาะ

บักวี สีวิดทะยาสาด:
ปาฐกถา"สุลักษณ์ ศิวรักษ์" ปลุกแนวร่วมไล่"ทักษิณ"

รายงาน

หมายเหตุ : นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียนชื่อดัง อภิปรายโต๊ะกลมเรื่อง "อนาคตประชาธิปไตยไทย ในรัฐบาลธุรกิจการเมือง" วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ตามคำเชิญของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย(ครป.)



เราต้องไม่ลืมว่าเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เริ่มเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น มีเมฆหมอกปกคลุมตัวเขาในทางที่ไม่โปร่งใส โดยศาลรัฐธรรมนูญอาจลงโทษเขาให้ปลอดไปจากวิถีทางการเมืองได้ถึง 5 ปี

พวกเราบางคนเห็นว่าควรให้โอกาสเขาบริหารราชการบ้านเมือง แม้ความมัวหมองดังกล่าวอาจะเป็นความผิดเล็กๆ น้อยๆ ที่ปราศจากเจตนาในการฉ้อฉลก็ได้ พวกเราในที่นี้รวมตัวข้าพเจ้าด้วย ซึ่งช่วยทำแทบทุกอย่างให้เขาเป็นที่ยอมรับของมหาชน แม้จนหาทางสนับสนุนเขาในหลายๆ ทางเอาเลยก็ว่าได้ เพราะ (1) เราเอือมพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของนายชวน หลีกภัย มาอย่างแทบทนไม่ได้เอาเลย (2) เราเห็นว่านโยบายของพรรคไทยรักไทยมีความแปลกใหม่หลายประการ อันควรสนับสนุนและจับตามอง โดยเฉพาะก็ในเรื่องคนยากคนจน (3) เราเห็นว่ามีคนใหม่ๆ เข้าไปร่วมในพรรคนี้ โดยที่หลายคนในพวกนี้เคยอยู่ในขบวนการประชาชนมาก่อน แม้จะเคยต่อสู้กับเผด็จการมาในป่าก็มี ทั้งบางคนยังเคยมีหัวก้าวหน้าทางด้านความยุติธรรมในสังคมอีกด้วย นอกเหนือไปจาก (4) แนวทางของที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจที่คิดจะแหวกแนวไปจากระบบโลกาภิวัตน์กระแสหลัก เป็นต้น

แม้พวกเราบางคนจะกริ่งเกรงใจว่าทักษิณ ชินวัตร ร่ำรวยขึ้นมาอย่างนักฉวยโอกาส และการได้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นไปในทางธนาธิปไตยยิ่งกว่าประชาธิปไตย เราอยากให้โอกาสเขา หวังว่าเขาคงรวยพอแล้ว แล้วคงหันมารับใช้ประเทศชาติและประชาชน แต่แรกเป็นไม้คด ในขั้นปลายอาจเป็นไม้ตรงได้กระมัง อย่างน้อยองคุลิมาลก็เป็นแบบอย่างที่ให้กำลังใจได้มิใช่น้อย

แต่แล้วทักษิณได้แสดงบทบาทในทางที่เป็นปฏิปักษ์กับประชาชาติและราษฎรยิ่งๆ ขึ้น

คนที่เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสคือคนยากคนจน ซึ่งถูกเบียดเบียนบีฑาในทุกๆ ทาง แม้จนมีวิธีการยุแยกให้ขบวนการของประชาชนและคนในแวดวงขององค์กรภาคเอกชนแตกกันใช้เงินซื้อ ใช้อำนาจรุกราน ยังนโยบายการพัฒนาประเทศแบบโลกาภิวัตน์ที่ล้าสมัยไปไม่น้อยกว่า 30 ปีนั้น ทำลายศักดิ์ศรีของประชาชนและสิทธิมนุษยชน และทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติอย่างแสนสาหัส

ไม่แต่คนยากคนจน หรือคนกลุ่มน้อยและผู้ลี้ภัยเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบอันเลวร้ายจากรัฐบาลนี้ หากการลิดรอนผลประโยชน์และการเอารัดเอาเปรียบแผ่ขยายไปยังชนชั้นกลาง และพ่อค้าม้าขายนายธนาคาร ที่อยู่นอกแวดวงของเครือบริษัทชินวัตรและบริษัทบริวารของเขา ซึ่งเข้าไปร่วมอยู่ในคณะรัฐมนตรี หาไม่ก็คุมกิจการต่างๆ ทางด้านธุรกิจการค้าร่วมกับเขา แม้จนรัฐวิสาหกิจต่างๆ ก็ถูกแปรรูปไปเพื่อรับใช้ผลประโยชน์ของเขาและพวกเขากันแทบทั้งนั้น

นี่เป็นปัจจัยหลักประการหนึ่งแห่งความเลวร้ายของรัฐบาลนี้ ที่ยิ่งใหญ่กว่ารัฐบาลก่อนๆ ซึ่งโกงกินกันมาแทบทั้งสิ้น หากเทียบกันแล้ว นั่นมันระดับจุลภาค หากนี่เป็นระดับมหภาค

ขบวนการนี้ขยายไปจนถึงกับเอาเงินแผ่นดินไปใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย เพียงเพื่อประโยชน์ตนและประโยชน์ของบรรษัทตน โดยจะไม่ขอพูดถึงความฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยของรัฐมนตรีบางคน หากจะขอเอ่ยถึงตัวนายกรัฐมนตรีเอง เพียง 2-3 กรณี

1) การที่ใช้เงินไปอย่างมหาศาลในการจัดงาน APEC เพื่อให้ประธานาธิบดีสหรัฐมาร่วมด้วยในกรุงเทพฯนั้น ประเทศชาติไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย

2) การติดต่ออย่างสยบยอมกับจีน ก็เพียงเพื่อค้าขายให้บรรษัทเขา ยิ่งกว่าเพื่อศักดิ์ศรีของสยามและความเป็นพุทธศาสนิกของราษฎรส่วนใหญ่

3) กรณีของพม่านั้น ก็ดุจดังจีน รัฐบาลนี้ไม่มีจุดยืนในทางสิทธิมนุษยชนและในทางเสรีภาพของชนกลุ่มน้อยเอาเลย รัฐบาลนี้ยังร่วมมือกับรัฐบาลทหารพม่าอย่างสุดสุด ให้รัฐบาลเผด็จการทหารพม่ายืมอย่างมหาศาล นอกเหนือการเอางบประมาณแผ่นดินไปให้รัฐบาลทหารพม่าสร้างถนนอย่างสมัยใหม่ ซึ่งเท่ากับเป็นการให้เปล่า จนถูกสงสัยว่าจะเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจการค้าของตนหรือไม่ เพราะมีบริษัทโทรศัพท์มือถือไทยยักษ์ใหญ่ ร่วมมือกับบริษัทโทรศัพท์มือถือของพม่า ซึ่งลูกชายนายกรัฐมนตรีพม่าเป็นประธาน

ผลก็คือ ผู้มีอำนาจสูงสุดในพม่าปลดนายกรัฐมนตรีของเขาออกจากอำนาจแล้ว แม้จะยังมีตำแหน่งในทางราชการอยู่ก็ตาม โดยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของพม่านั้นถูกไล่ออกตรงๆ เอาเลย และประธานประเทศของพม่าพูดออกมาอย่างโจ่งแจ้งว่า เขาไม่ไว้ใจไทย แล้วทำไมเราไม่ปลดรัฐมนตรีต่างประเทศของไทยและนายกรัฐมนตรีของไทยบ้างเล่า



ที่กล่าวมาแล้วว่า นโยบายของทักษิณ ชินวัตร ผิด ไม่ใช่ว่าพรรคไทยรักไทยผิด เพราะพรรคนี้ไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง หากสมาชิกพรรครวมถึงรัฐมนตรีต่างๆ เป็นเพียงข้าทาสหรือบริวารของทักษิณ ซึ่งชี้ชะตากรรมของพรรคและของบ้านเมือง เพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจการค้า ซึ่งมีอำนาจเหนือการเมือง เขาทำทุกอย่างเพื่อลิดรอนวัฒนธรรมพื้นบ้าน แม้จนการเกษตรซึ่งเป็นหัวใจของเรา เขาก็อุดหนุนจีเอ็มโอ หรือการใช้ของเทียม ของปลอม เพื่อประโยชน์ของบริษัทยักษ์ใหญ่พืชผลทางการเกษตร ที่สุดจนเรื่องไข้หวัดนกที่เบียดเบียนไก่แล้วขยายไปถึงคน

การเบียดเบียนบีฑาราษฎรและองค์กรพัฒนาเอกชนนั้นไม่มีการยั้งมือ ใครวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ย่อมถูกหัวหน้ารัฐบาลตอบโต้ด้วยถ้อยคำอันรุนแรง ทั้งยังตามอาฆาตมาดร้ายด้วย แม้จนคนอย่าง น.พ.ประเวศ วะสี และนายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รวมถึง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ก็โดนกลั่นแกล้ง มิใยต้องเอ่ยถึง น.พ.ประกิต วาทีสาธกกิจ นี่ไม่ใช่เรื่องของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ เท่านั้น หาก พ.ต.ท.ทักษิณมีกึ๋นพอ ย่อมห้ามทัพไว้ได้ ดังที่ห้ามทัพนายเนวิน ชิดชอบ เมื่อเร็วๆ นี้

นี่ไม่ใช่แต่เผด็จการรัฐสภาซึ่งรวมถึงวุฒิสภาด้วย หากเผด็จการทางด้านบริหารอีกด้วย โดยก้าวก่ายไปในระบบราชการ รวมถึงก้าวก่ายไปยังสื่อสารมวลชนกระแสหลักเกือบทั้งหมด

พวกเราในขบวนการพัฒนาของฝ่ายเอกชนได้ร่วมมือกันแทบทุกระดับ และแทบทั้งราชอาณาจักร จนผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมาได้ในปี 2540 ซึ่งถือได้ว่าดีมาก อย่างเป็นประชาธิปไตยค่อนข้างมาก และมีการคานอำนาจรัฐอย่างน่าสังเกต ไม่ว่าจะวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้ง รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และผู้ตรวจการรัฐสภา ยังคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารที่มีมาก่อนคนรัฐธรรมนูญอีกด้วย

แล้วเหตุไฉนองคาพยพเหล่านี้จึงมักไม่ทำงาน ผู้ตรวจการรัฐสภาควรมีสถานะไม่แพ้เปาบุ้นจิ้น แต่ก็กลายเป็นสากกะเบือไป ยังศาลรัฐธรรมนูญก็มีสมาชิกบางคนที่เป็นเบื้อรวมอยู่ด้วยไม่น้อย

ที่ร้ายยิ่งกว่านี้ ก็ตรงที่รัฐบาลนี้หนุนอย่างลับๆ กับพวกธรรมกาย ดังภรรยาผู้บริหารพรรคไทยรักไทยทำบุญไปกับธรรมกายนี้ไม่รู้ว่ากี่ล้านต่อกี่ล้าน นี่เป็นเพียงตัวเลขที่เปิดเผย และที่ไม่เปิดเผยเล่า รัฐบาลนี้ไม่สนใจไยดีกับพระดีที่ปฏิบัติธรรม หากอุดหนุนอรหันต์ปลอม



พระเจ้าอยู่หัวทรงแสดงพระราชประสงค์ไว้ชัดเจนในเรื่องเศรษฐกิจแบบพอเพียง หากทักษิณเน้นในเรื่องเศรษฐกิจแบบเกินตัว แบบฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย แบบโลกาภิวัตน์ และใช่แต่เท่านั้น ตั้งแต่มีรัฐบาลมา พระราชาไม่เคยตรัสตรงๆ กับประชาชนเลยว่ารัฐบาลโกงกินประชาชนถึงขนาดรัฐบาลนี้ ดังนายสุเมธ ตันติเวชกุล ผู้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ออกมาแสดงทรรศนะอย่างชัดเจนถึงความทุจริตของรัฐบาลนี้ และนี่เป็นเพียงผิวๆ เพราะรัฐบาลนี้โกงกินยิ่งกว่าที่นายสุเมธพูดอีกเป็นไหนๆ ดังคนอื่นๆ คงจะบรรยายต่อไปถึงยุทธการยึดทรัพย์ประชาชนโดยอำนาจรัฐ

ก็ระบอบประชาธิปไตยซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น ต้องฟังองค์พระประมุขซึ่งทรงมีสิทธิในการเตือนรัฐบาล ในการห้ามปรามรัฐบาล และในการสนับสนุนรัฐบาล นี่เขาไม่เคยฟัง หรือแสร้างทำทีท่าว่าฟัง แต่ไม่ทำตาม แม้จนการเสนอร่าง พ.ร.บ.ขึ้นไปให้ทรงลงพระปรมาภิไธย แล้วถูกตีกลับลงมานั้น ถ้าเป็นรัฐบาลที่ประกอบไปด้วยจรรยาบรรณย่อมลาออกไปแล้ว หากนี่ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน โทษกันไปโทษกันมา

สำหรับข้าพเจ้าเองนั้น ไม่เห็นทางอื่นอีกแล้ว นอกเสียจากว่าต้องช่วยกันทุ่มทักษิณลงจากอำนาจให้ได้ เมื่อจำลอง ศรีเมือง เป็นขวัญใจของประชาชนนั้น พรรคพลังธรรมก็ขึ้นเร็ว จนมีมารมาอยู่ด้วยมาก และแล้วพรรคนั้นก็ปลาสนาการไปเร็ว พรรคไทยรักไทยก็เช่นกัน แม้พรรคนี้จะมีเงินและอำนาจมาก แต่ก็หาพ้นความเป็นอนิจจังของสังคมไปได้ไม่

แล้วเราจะร่วมกันเอาทักษิณออกจากอำนาจได้อย่างไร ในเมื่อเขาใช้โครงสร้างทางกลไกแห่งรัฐ โดยมีธนาธิปไตยเป็นหลัก เราก็ต้องต่อสู้กับเขาด้วยกลไกทางสังคม ซึ่งมีธรรมาธิปไตยเป็นหลัก เขาใช้ความเท็จ เราใช้ความจริง เขาใช้ความรุนแรง เราใช้สันติวิธี เขาคุมสื่อกระแสหลัก เราใช้สื่อทางเลือก อย่างที่วุฒิสมาชิกจอน อึ๊งภากรณ์ เริ่ม "มิตรไทย" ขึ้นแล้วทางอินเตอร์เน็ต



เราต้องไม่ลืมว่าสมัยรัฐบาลหอยของธานินทร์ กรัยวิเชียร ที่รัฐบาลไทยเป็นจอมเผด็จการอย่างสุดสุดนั้น เราก็มีมิตรไทยเป็นนิตยสารที่เน้นไปทางสัจจะและเสรีประชาธิปไตย ตีพิมพ์ที่ในกรุงลอนดอน แล้วไม่นานรัฐบาลหอยก็หลุดลอยจากกระดองไป

สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์(อาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา) ก็เป็นอาจารย์ที่มีลูกศิษย์ลูกหามาก หากโรงเรียนต่างๆ รวมทั้งราชภัฏต่างๆ ทางภาคอีสานจะรวมตัวกันปลุกระดมครูอาจารย์ให้เห็นคุณค่าของสัจจะและประชาธิปไตย ด้วยการต่อต้านทักษิณกันไปทุกสถาบันการศึกษา และขยายจากโรงเรียนและวิทยาลัยออกไปยังประชาคม และขยายไปยังภาคอื่นๆ นี้แลคือการนำเอาธรรมะและสัจจะกลับมา

สมชาย หอมละออ(เลขาธิการฟอรั่มเอเชีย) ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนกับนานาชาติ น่าจะขยายเครือข่ายออกไปในทางสันติประชาธรรม อย่างเป็นรูปธรรม อย่าลืมว่าสมัยนี้เครือข่ายขององค์กรเอกชนในระดับนานาชาตินั้นสำคัญยิ่งนัก

บำรุง คะโยธา และคณะต้องหาทางรวมสมัชชาคนจนให้ได้ อย่าให้รัฐบาลใช้เงินมาซื้อพวกเรา ต้องเข้าใจว่าเขาใช้วิธี Divide and Rule หากเราต้องรวมพลังกันที่รากหญ้าให้ได้ โดยมีวิถีชีวิตแบบไทย หากโยงใยไปยังกรรมกรและชาวนาในระดับสากล นี่จะเป็นพลังที่สำคัญยิ่ง

รสนา โตสิตระกูล(แกนนำองค์กรต้านคอร์รัปชั่น) และคณะ ต้องไม่แต่ต่อต้านคอร์รัปชั่นที่มีการโกงกินกันเท่านั้น หากต้องรวมกันต่อต้านความฉ้อฉลในทุกๆ ทางอย่างเป็นรูปธรรม หากรวมกันทำให้ระดับต่างๆ อย่างได้ผล พลังสตรีนี้จะเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญนัก

พิภพ ธงไชย(ที่ปรึกษาคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย) และพลพรรค ก็อย่ามัวไปคิดตั้งพรรคการเมืองทางเลือก หากควรหาทางโยงใยนักธุรกิจให้มาเข้าใจปัญหาของประชาธิปไตย ผนวกกับพลังประชาชน แล้วร่วมกันโค่นล้มทักษิณ ชินวัตรอย่างฉับไว

ถ้าทำตามข้อเสนอดังที่ว่านี้ และทำได้ยิ่งไปกว่านี้ จักสำเร็จแน่ๆ แต่ต้องทำให้เป็นรูปธรรม นี้แลที่จะสกัดทักษิณ ชินวัตรกับคนรอบตัวเขาไว้ได้ ไม่ให้ได้ดำรงคงอำนาจไว้

เราเคยไล่ "ถนอม-ประภาส-ณรงค์" มาแล้ว แม้พวกของมันจะหวนกลับมากัดเราอย่างเจ็บแสบในอีกสามปีให้หลัง และเราก็เคยไล่สุจินดา คราประยูร มาแล้ว เมื่อไม่นานมานี้เองได้

แล้วทำไมเราจะไล่ทักษิณไม่ได้

บักวี สีวิดทะยาสาด:
แฉนักการเมือง ฮุบที่หลวงพันไร่ ทำสนามกอล์

 
ส.ว.ละโว้ ตะลึง! นายทุน และนักการเมืองระดับประเทศ ถมหนองน้ำสาธารณะยึดเป็นที่ดินส่วนตัวกว่า 100 ไร่ กังขาสนามกอล์ฟระดับมาตรฐาน 18 หลุม ผุดบริเวณรัศมีภูเขาเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่ ตั้งคณะทำงานรวบรวมรายละเอียด ก่อนส่งให้ กมธ.การปกครอง และ กมธ.คมนาคม วุฒิสภา ดำเนินการต่อไป



เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 26 กันยายน นายวรวิทย์ เชื้อเพ็ชร์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) ลพบุรี พร้อมคณะเดินทางไปที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เพื่อตรวจสอบกรณีชาวบ้านร้องเรียนกล่าวหานายทุน นักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับประเทศบางคน บุกรุกเข้าไปยึดครองที่สาธารณประโยชน์เป็นของตนเอง และปัญหาที่แขวงการทางลำนารายณ์ นำเครื่องกีดกั้นมาขวางกลางถนน ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะยาว

ทั้งนี้ คณะของนายวรวิทย์เดินทางไปตรวจจุดแรกที่คลองนารายณ์ บริเวณสะพานขาวฝั่งทิศใต้ เขตหมู่ 4 ต.ลำนารายณ์ อ.ชัยบาดาล ซึ่งแต่เดิมเป็นทางน้ำขนาดใหญ่ ที่ชาวบ้านอาศัยเลี้ยงปลาในกระชัง แต่ถูกร้องเรียนว่าทำให้น้ำเน่าเสีย จนชาวบ้านต้องย้ายออกไป ปัจจุบันถูกถมเป็นเนื้อที่กว่า 100 ไร่ โดยไม่ทราบว่าหน่วยงานใด บริษัทใด หรือบุคคลใดเป็นผู้ดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม หนังสือร้องเรียนของชาวบ้าน อ้างว่า ก่อนหน้านี้มีการถมที่แห่งนี้ตามโครงการสร้างตลาดกลางเพื่อการเกษตร และแหล่งท่องเที่ยว โดยเชิญรัฐมนตรีมาทำพิธีวางศิลาฤกษ์อย่างใหญ่โต แต่หลังจากนั้นโครงการเงียบหายไป และมีการขุดแผ่นวางศิลาฤกษ์ออกไป จากนั้นมีนักการเมืองระดับประเทศคนหนึ่งอาศัยอำนาจทางการเมืองออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 โดยมิชอบ

จุดที่สอง คณะของนายวรวิทย์เดินทางไปที่ดินบริเวณอ่างเก็บน้ำนิคมลำนารายณ์ หมู่ 4 ต.ชัยนารายณ์ ซึ่งเดิมมีพื้นที่ประมาณ 180 ไร่ เป็นอ่างเก็บน้ำ 80 ไร่เศษ พบว่าปัจจุบันเหลือเพียง 40 ไร่เศษ แถมผู้บุกรุกยังออกเอกสารสิทธิ น.ส.3 แล้วด้วย ซึ่งทั้ง 2 กรณีนี้สามารถตรวจสอบได้ชัดเจนจากภาพถ่ายทางอากาศของกรมที่ดิน

จุดที่ 3 ที่คณะของนายวรวิทย์ เดินทางไปตรวจสอบคือ กรณีที่แขวงการทางลำนารายณ์ นำเครื่องกีดกั้นทั้งเครื่องหมายการจราจรที่เป็นเหล็ก และเป็นปูนขนาดใหญ่มาวางไว้ตรงเส้นแบ่งกลางถนน ซึ่งมีฝั่งละ 2 เลน ทำให้การจราจรติดขัดเป็นระยะทางยาวโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นความจริง

นายวรวิทย์กล่าวว่า จะตั้งคณะทำงานมารวบรวมรายละเอียดการบุกรุกที่ดินสาธารณะทั้ง 2 แห่ง รวมถึงกรณีแขวงการทางลำนารายณ์ ส่งไปยังกรรมาธิการการปกครอง และกรรมาธิการคมนาคม วุฒิสภา เพื่อให้ดำเนินการด่วน

ต่อมาคณะของนายวรวิทย์เดินทางไปบริเวณที่กำลังก่อสร้างสนามกอล์ฟ ในพื้นที่หมู่ 10 ต.เพนียด และหมู่ 5 ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี กว่า 1,000 ไร่ พบว่ามีการปรับพื้นที่ให้เรียบเพื่อทำเป็นกรีน จึงบันทึกภาพด้วยกล้องวิดีโอ และภาพนิ่งไว้เป็นหลักฐาน

นายวรวิทย์กล่าวว่า จะทำหนังสือด่วนที่สุดถึงสำนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรี สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมจังหวัด ให้เข้ามาร่วมกันตรวจสอบพื้นที่ที่กำลังสร้างสนามกอล์ฟโดยด่วน ว่าเป็นการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ที่เป็นรัศมีภูเขาตามที่ชาวบ้านร้องเรียนหรือไม่

"หากยังไม่มีความคืบหน้า จะทำเรื่องถึงคณะกรรมาธิการการปกครอง และคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา ลงมาตรวจสอบอีกครั้ง" นายวรวิทย์กล่าว

คนภูเรือ:
สะใจโก๋จริงๆ..เฒ่าวีเอ๋ย
บทอภิปรายอาจารย์ ส.ที่เฒ่านำมาให้มิตรสหายได้อ่านเพื่อตามทันสถานการณ์บ้านเมือง โดยเฉพาะข้อสรุปอาจารย์ ส.กลางวงสัมมนาที่โรงแรมรัตนโกสินทร์เมื่อวาน
เราเคยไล่ ถนอม-ประภาส-ณรงค์ มาแล้ว
แล้วทำไมเราจะไล่ ทักษิณไม่ได้ !

เมื่อค่ำวานลุงไปนั่งฟังชมรมคนรู้ทันเปิดอภิปรายกลางสนามหลวง ท่ามกลางพี่น้องประชาชนไม่มากเท่าไหร่ประมาณพันสองพันคนเท่านั้น แต่สิ่งที่ลุงสะกิดใจก็คือ ถ้าเปิดอภิปรายไล่ทักษิณเมื่อสักสองเดือนก่อน จำนวนคนที่มาร่วมไม่น่าจะเกินหลักร้อย
แต่วันนี้ไม่ใช่ สถานการณืการเมืองบ้านเราเปลี่ยนเร็วมาก พี่น้องประชาชนที่มาฟังมาด้วยอารมณ์คุกรุ่น อยากขับไล่ทักษิณออกไป ยิ่งเมื่อรับรู้ข้อมูลอีกด้านของทักษิณว่าช่วง3ปีกว่าที่บริหารบ้านเมืองมาอาศัยข้อมูลวงในประมูลงานให้พวกพ้องในรัฐบาลและกอบโกยผลประโยชน์ของชาติเข้ากระเป๋าของตัวเองและพวกพ้องอย่างอิ่มหมีพีมัน
แต่กลับยื่นหนี้สิ้นให้ประชาชนทั้งประเทศผ่านโครงการสารพัดเอื้ออาทร
ความเลวร้ายเพิ่มขึ้นอีกเมื่อพี่น้องประชาชนไม่สามารถหารายได้มาชดใช้หนี้ที่เกิดจากโครงการสารพัดเอื้ออาทรได้
ผู้รู้ในวงการคลังของประเทศบอกว่า ถ้าระดับรากหญ้าเป็นเอ็นพีแอลเมื่อไหร่ เมื่อนั้นเศรษฐกิจของประเทศจะล้มครืนทันที

เรื่องนี้คนของรัฐไม่ออกมาบอกแจ้งเตือนประชาชนแต่อย่างใด กลับหมกเม็ดกล้อมแกล้มว่าโครงการเอื้ออาทรต่างๆดำเนินไปด้วยดี
ก่อนหมดวาระรัฐบาลชุดนี้อีกเพียงไม่กี่เดือน อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น !

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว