Old Board
พฤศจิกายน 21, 2017, 02:21:04 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 ... 6 7 [8]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: วันอาทิด  (อ่าน 36443 ครั้ง)
ป้าสุขใจ
Full Member
***
กระทู้: 255



ดูรายละเอียด
« ตอบ #105 เมื่อ: เมษายน 27, 2006, 09:26:37 PM »

     หมดไปแล้วจ๊ะถาดนี้  เข้าท่ามากที่คุณเรดบอกให้เอาโยเกริต์ราด  พรุ่งนี้ป้าจะลองแน่นอน
    มะม่วงสุกแช่เย็นแล้วเอาออกมาฝานแบบนี้ชื่นใจมาก ตอนเด็กๆป้าชอบกัดก้นมะม่วงสุกแล้วฉีกเปลือกออกแบบที่พวกลิงทำกัน อร่อยนะจะบอกให้...ลองดูก็ไม่ว่าเจ้าค่า
บันทึกการเข้า
Duang
YaBB God
*****
กระทู้: 1297


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #106 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2006, 04:34:47 PM »

วันอาทิตย์นี้ มีความสุขจัง
ได้อยู่กับบ้าน ไม่ต้องออกไปไหน
เป็นวันแรกในรอบหลาย ๆเดือนที่ผ่านมา
ขอพักผ่อนให้เต็มที่สักวัน
เพื่อรวบรวมพลังไว้วันพรุ่งนี้
บันทึกการเข้า
แสนไชย
YaBB God
*****
กระทู้: 1399


ดาวที่คนฝันใฝ่ หลบเร้นไปไหน ใครบ้างเห็น


ดูรายละเอียด
« ตอบ #107 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2006, 07:44:57 PM »

ออกจะเป็นธรรมเนียมเสียแล้วแถวบ้าน  ทั้งๆ ที่อยู่กลางเมืองเก่า ที่พอฝนทำท่าจะตั้งเค้ามา  ไฟต้องเป็นดับ   วันนี้ดับมาแต่หกโมงครึ่ง  ถึงตอนนี้ไฟก็ยังไม่มา

โชคดีที่อุปกรณ์เดินป่ายังอยู่ครบ  จ้าวตัวเล็กเลยสนุกกับการรื้ออุปกรณ์ส่องสว่างต่างๆ ออกมาใช้อย่างเต็มที่   ดีที่พาพวกเด็กๆ ไปป่าเขาบ่อย  เด็กๆ เลยไม่กลัวความมืด  ไม่ต้องกลัวที่จะคลำทางไปเข้าห้องน้ำ

ฝนตก ไฟดับ แต่น้ำไม่ไหล  โชคดีที่บ้านยังเหลือน้ำบ่อไว้หลายบ่อไม่ถมทิ้งไปตามยุคสมัย  ไม่มีน้ำก็ถือที่ตักไปตักน้ำจากบ่อขึ้นมาอาบ  มาใช้  รอดตัวไปในยามไม่มีไฟฟ้า

คิดถึงโลกอนาคตสักวันหนึ่งหากน้ำมันหมด  ไฟฟ้าดับ  น้ำไม่ไหล  ชีวิตในเมืองใหญ่จะเกิดอะไรขึ้น    จ้าวตัวเล็กตีวงเข้ามาถามเรื่องโซล่าเซลล์  บอกว่าเห็นบ้านที่หม่องกั๋วะมีใช้กันตั้งหลายบ้าง   น่าจะดีสำหรับประเทศเราที่มีแสงอาทิตย์เหลือเฟือ  

เด็กๆ ถามว่าเวลาฝนตกพ่อคิดถึงอะไรมากที่สุด   ตอบว่าหากอยู่ไกลบ้านก็คือคิดถึงบ้าน   โดยเฉพาะวันคืนที่นอนเปลอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่า   ฝนตกกระหน่ำสามวันสามคืนไม่มีหยุด  จะออกไปทำไร่ก็ไม่ได้   ออกไปเคลื่อนไหวมวลชนก็ไม่ได้   นอนแต่ฟังวิทยุและร้องเพลงบนเปล   เวลาลงก็ไม่อยากลงเพราะตัวทากชูคอรออยู่สลอน

วันอาทิตย์ก่อนเปิดเทอม   จึงเป็นวันแห่งครอบครัว  เพราะไฟดับ  ทุกคนไม่มีโต๊ะเขียนหนังสือของใครของมัน   เหลือแต่ชานบ้านที่ทุกคนมาล้อมวง   ฟังเรื่องเล่าสมัยเด็กๆ  ว่าตอนนั้นบ้านเรามีพี่น้องสี่คน   กำลังเล่นขายของอยู่บนบ้าน   ฟ้าผ่ามาเปรี้ยงหนึ่งทุกคนก็กระโดดขึ้นไปที่หน้าตักของคุณแม่หมดทั้งสี่คน  

วันอาทิตย์ยิ่งดึกยิ่งมืด  เพราะพระจันทร์เต็มดวงถูกเมฆฝนบดบังไปหมด   เหลือแต่เสียงหัวเราะสนุกสนานที่ชานเรือน....
บันทึกการเข้า
ตาเฒ่า คลัมซี่
YaBB God
*****
กระทู้: 1307


อยู่..สู้ ! ตายเสีย แล้วไป


ดูรายละเอียด อีเมล์
« ตอบ #108 เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2006, 11:36:42 PM »

ท่านท้าวแสนไชย เล่าเรื่องฝนตก ไฟดับ แล้วพูดถึงเวลาอยู่ในป่า..
ทำให้ข้าฯน้อยนึกถึงวันคืนที่ฝนตก ลมแรงในป่า..
มีสหายหญิงจากมหิดลคนหนึ่ง เสียเพราะถูกไม้ค้อล้มทับ  ..ที่เขต 196   ร้องไห้

เวลาฝนตกลมแรง..ถ้าอยู่ที่ทับใหญ่บนภูเขียว  ที่นั่นมีป่าตำยานใหญ่(คล้ายต้นยางนา)เป็นหลังคา  ข้างล่างจะโปร่งด้วยไม้เล็กไม้น้อย ทำให้ข้างล่างเตียนโล่ง เดินสะดวกเหมือนดงดิบใหญ่ทั่วไป  จึงมักไม่ค่อยชอบสร้างบ้านไม้มุงหลังคา  จึงชอบนอนเปล กางผ้ายาง อยู่กันเหมือนๆเขตจรยุทธตีนภูเขียว

ฝนตกลมแรงทีไร ต้องนอนขดตัวให้เป็นก้อนกลม  ให้เหลือเป้าเล็กที่สุด  เพราะเป้ายิ่งเล็ก โอกาสที่จะโดนกิ่งไม้ผุตกใส่ยิ่งน้อยเรียกว่าpop ยิ่งน้อยว่างั้นเถอะ
ไม้ตำยานสูงเกือบสามสิบเมตร แค่กิ่งเท่าแขนตกลงมาจากที่สูง โมเมนตั้มมันมากตามอัตราเร่งของแรงดึงดูดโลกโดนหัวก็มิสทธิ์แตก ถึงสลบ  ถ้าเท่าขาโดนหัวเหมาะๆตายได้เชียวครับ

วันก่อนขากลับจากอุ้มผาง  เจอพายุบนเขา  ด้วยสัญชาติญาณป่าผมจอดรถอยู่บนยอดเขาโล่งๆ  พายุพัดโหม ฟ้าดำมืด ผมมองสายฝนและแรงลมพายุ พัดกระแทกกิ่งไม้หัก มีไม้หักโค่น ปลิวว่อน กิ่งน้อยและใบไม้ กระจายไปทั่ว

หนุ่มเอ็มจี กับเฒ่าการ์ดขับรถตามมาเห็นผมจอดก็มาจอดข้างๆ  แต่ไม่ทันเข้าใจกัน แกก็ออกรถผ่าพายุฝนลมแรงไปข้างหน้า ทำให้ผมต้องขับตามออกไปเพราะกลัวเพื่อนจะหาว่าไม่ยอมขับตามขบวน  แต่พอไปได้ระยะหนึ่ง เฒ่าการ์ดก็ต้องหยุดเพราะไม่กล้าเสี่ยง..  ก็ต้องหาที่โล่งๆจอดดูพายุฝน

ดังนั้น  สำหรับพวกที่นิยมไพร  อย่าลืมครับ  เวลานอนให้ดู " ทางไม้ล้ม" ไว้ด้วย และอย่าลืมแหงนดูกิ่งไม้ อย่าลืมวิชาป่า  

ผมไม่เคยประมาทเลยเรื่องนี้ ต่อให้ไม้ยังยืนต้นเป็น ดูแข็งแรง  ก็ไม่เคยประมาท ถ้าดูทางมันจะล้มไปทางไหน  ผมก็จะไม่ยอมนอนในทิศนั้น   ..มันเจี๋ยวบอกไม่ถูกครับ ตกใจ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 14, 2006, 11:38:46 PM โดย ตาเฒ่า คลัมซี่ » บันทึกการเข้า
แสนไชย
YaBB God
*****
กระทู้: 1399


ดาวที่คนฝันใฝ่ หลบเร้นไปไหน ใครบ้างเห็น


ดูรายละเอียด
« ตอบ #109 เมื่อ: พฤษภาคม 15, 2006, 07:43:58 AM »

ของผมเคยเจอเกือบไปทั้งหมู่   ต้นไม้ใหญ่หักโค่นลงมาตีเข้าบ้านหมู่ 9 ตามแนวยาว  แต่เวลานอนเราจะนอนตามแนวขวาง  วันนั้นถ้านอนกันที่เดิมก็คงไปเฝ้ามาร์กซกันยกหมู่  มีเรื่องให้เล่าขับขานจนถึงทุกวันนี้  (วันนั้นถ้าโดนยกหมู่ก็จะไม่มีใครได้อ่านชีวประวัติของคุณกำพล วัชรพล  ไม่มีคอลัมน์เด็ดๆ ของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการยุคแรก ฯลฯ)
โชคดีว่าวันนั้นไปลำเลียงกัน  ที่เหลือไม่สบายนอนอีกฟากหนึ่ง  จึงรอดตัว  ผู้หมู่อุทิศบอกว่ารู้แต่กิ่งไม้ตกมาใส่หัว  พอออกมาบ้านพังยับ
ต้นไม้ต้นนั้นตอนนี้ยังนอนทอดยาวอยู่ที่เดิม  แม้จะแห้งตายไปนานแล้ว   แต่ก็ยังคงนอนทอดประกาศศักดาว่ายุคหนึ่งเมื่อข้ายังมีชีวิตข้าใหญ่โตแค่ไหน

เวลาฝนตกหลบอยู่ใต้ไม้ใหญ่ไม่ได้จริงๆ  ไม่ก็ต้องคอยดูว่ากิ่งก้านของมันทอดยาวขนานกับพื้นโลกหรือเปล่า  ถ้ามีก็อย่าไปอยู่ใต้มันเป็นอันขาด  เพราะเป็นกิ่งแรกๆ ที่จะหักลงมา   นอกจากนั้นก็ต้องดูทิศคือความเอียงของต้น  กะดูว่าถ้ามันล้มมันจะมาทางเราหรือเปล่า

ฝนตกหนักๆ อย่างนี้คิดถึงป่าไผ่   น่าจะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด  แต่เวลาไผ่ลู่มาทั้งกอก็หวาดเสียวเหมือนกัน

เรื่องกิ่งไม้หักนี่  ยังพบมากตอนผ่านไป เอ 30 ในลาวเหนือติดชายแดนจีนเมื่อฤดูร้อนเดือนมีนาปี 2521  วันนั้นเดินไปเยี่ยมลุงมงคล ณ นคร  เวลานั้นดูแกก็อายุมากแล้ว   นั่งอยู่บนเก้าอี้เล็กๆ หน้าบ้าน   แกชอบเตือนพวกเราว่าเวลานั่งอ่านหนังสือหรือประชุมกันอย่าไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่  รู้สึกแถวนั้นจะพวกตะแบกเยอะ   กิ่งก้านมันไม่ค่อยแข็งแรง  แต่ชอบแตกกิ่งใหญ่ๆ    พวกเรายุคนั้นก็ยังโรแมนติคหน่อยชอบไปนั่งกันใต้ต้นไม้ใหญ่    แกเตือนไปพลันก็มีกิ่งไม้หักตกลงมาพลัน   เวลานั้นยังไม่มีพายุอะไรเลย  มีแต่อากาศแล้งของเดือนมีนาเมษา

คนชอบเที่ยวป่า  หรือชอบเอาไม้ใหญ่มาปลูกในบ้าน  ยามหน้าฝนลมแรงก็คงต้องคอยระวังหน่อยนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 15, 2006, 08:26:53 AM โดย แสนไชย » บันทึกการเข้า
nging
Jr. Member
**
กระทู้: 74


สวัสดีจ้า


ดูรายละเอียด
« ตอบ #110 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2006, 08:48:15 AM »

วันนี้หลายๆคนที่อุตรดิตถ์และสุโขทัยยังคงค้นหาญาติพี่น้องของตัวไม่พบ  ซากไม้และโคลนตมทับถมบ้างหนาบ้างบาง  สายน้ำเปลี่ยนทาง  แต่ก็ยังเป็นทางของสายน้ำ
บันทึกการเข้า
vc2002
Jr. Member
**
กระทู้: 175


สวัสดีจ้า

ใช้ไม่เป็น ไม่รู้จัก ไม่รู้จัก
ดูรายละเอียด
« ตอบ #111 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2006, 10:44:17 PM »

   วันนี้วันเสาร์ไม่ใช่วันอาทิตย์
พรุ่งนี้ซิวันอาทิตย์(เพราะต้องไปส่งลูก)(ยืนยัน)(มะรืนลูกเปิดเรียน)
วันนี้วันเสาร์เลยต้องฉลองกันหน่อย  โดยการเติมอะไรบางอย่างให้ชีวิตเติมเต็ม
อะไรบางอย่างที่ คนหนุ่มบางคนเรียกว่า "แจ๊สโซฮอล"
  เผอิญ ไม่เชื่อฟังคำสั่งที่ว่า "ห้ามดื่มเกินวันละสองขวด"
ผลก็เลย...อยากร้องลิเก  หาใครฟังไม่ได้ เลยบังคับลูกให้ฟัง
  .........อย่าถือคนบ้า  อย่าว่าคนเมา...........ลิเกเปิดโรง.........
    (ร้อง)"ทางข้างหน้าลางเลือนเหมือนว่างเปล่า
   แดดจะเผาผิวผ่องเธอหมองไหม้
   ที่ตรงโน้นมีหุบเหวมีเปลวไฟ
  ถ้าอ่อนแอ(ท้อ) จะก้าวไปอย่างไรกัน"
    (พูด) สงครามกำลังจะเกิด  ถามว่าพ่อกลัวมั๊ย ...กลัว...ไม่ได้กลัวตาย  แต่กลัวความเจ็บปวด  กลัวความผิดหวังหลังสงครามพ่อของหนูไม่ใช่คนเก่ง....
    (ร้อง) ฉันไม่ใช่คนเก่ง  ฉันไม่ใช่คนกล้า
            ฉันปราถนาเพียงความยุติธรรม
    (พูด)หนูอยากรู้ใช่มั๊ย  แล้วทำไมพ่อต้องเข้าสู่สงคราม
    (ร้อง) ขอบทะเลเงินยวง โผบินนางนวล
            .......หาเคยจำผิดทิศทาง....
           โบกบินเทียมฟ้า  ได้มองลับตา เจ้านั้นใฝ่หาวิถีทาง
    (พูด)พ่อหยุด ความกลัว  ความสับสน โดยหนทางที่แม่เจ้าเชื่อ
           "สมาธิ".....แล้วพ่อก็เห็น...ดวงแก้ว.....ที่ใจกลางมีข้อ
           ความว่า   "ผลประโยชน์ของประชาชนส่วนใหญ่"  คือ
            สรณะ  แม่หนูพูดถูก สมาธิทำให้เกิดปัญญา (แม่หนู
           ไปฟังใครมานะ) แล้วพ่อก็เกิดปัญญา มองเห็นมาร ที่มา
           ในรูปของเจ้าทฤษฏี  มองเห็นอสูร ที่ปลอมตัวมาเป็นผู้รัก
           สงบ  วันนี้พ่อจึงต้องออกรบ ไม่ใช่รบเพื่อ " ผลประโยชน์
           ของประชาชนส่วนใหญ่" แต่เพื่อหนู  พ่อไม่อยากให้หนู
          หรือ ลูกๆของหนู ต้องวิ่งหลบลูกระเบิด  เหมือนพ่อเมื่อ
          เดือนกันยา ปี  19  ไม่ต้องมายืนร้องไห้โหยหา กลางท้อง
          สนามหลวง ในวันที่  6 ตุลา  ปี20    กงล้อประวัติศาสตร์
           ต้องไม่หมุนกลับที่เดิม  ถึงแม้มันจะเป็นวงกลม มันต้อง
           หมุนไปสู่คุณภาพที่สูงกว่าเดิม  ถ้าหนู จะต้องร้องไห้
           หนูต้องร้องไห้เพราะดีใจ กับชัยชนะ.....กลางห้าง
          "พารกอน "  สังคมของหนูและลูกหนูในวันข้างหน้า
           ต้องดีกว่า สังคมในวันนี้...ไม่มากก็น้อย....
     (ร้อง) นี้คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย  สามัคคีให้ถึงวันรุ่ง.......
    ....จบแล้วลิเกจริงๆ จริงจริ๊ง    
   
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 6 7 [8]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC3 | SMF © 2001-2006, Lewis Media | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!