Old Board
มกราคม 20, 2018, 07:45:39 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: SMF - Just Installed!
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 10
 1 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 10:36:00 PM 
เริ่มโดย apiwat - กระทู้ล่าสุด โดย salt
ทฤษฎีอะไร?

 ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 2 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 10:34:37 PM 
เริ่มโดย apiwat - กระทู้ล่าสุด โดย salt
 ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม

อะไร อดีต ส.ดวง อดีต ส.สุภาพ.....จึงขายวิญญาณได้ขนาดนั้น?
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 3 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 10:30:55 PM 
เริ่มโดย apiwat - กระทู้ล่าสุด โดย salt
ของอดีต ส.สุภาพ แห่งสำนักปัญญาชนในอดีต ผ่านปาก(กา)ของ อดีต ส.ดวง ที่มิเพียงใช้คอลัมภ์วิภาคแห่งฯ ในหน้ามติชนเท่านั้นแต่ทุกหัวสื่อสิ่งวพิมพ์ ที่ อดีต ส.ดวง มีอิทธิพล.....


ฟฟฟฟ

ข่าวลือ รมต.ออก ข่าวลือ จาตุรนต์ ฉายแสง ข่าวลือ อัน"อ่อนไหว"

คอลัมน์ หักทองขวาง



ทั้งๆ ที่มีความแจ่มชัดในเชิง "ความคิด" และในเชิง "ทฤษฎี" มากที่สุดต่อสถานการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้

แต่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ก็ตกเป็นข่าวเรื่อง "ลาออก" อยู่ตลอดเวลา

ไม่เพียงแต่ตกเป็นข่าวว่าจะลาออกต่อจากกรณีของ นายวิษณุ เครืองาม เท่านั้น หากยังตกเป็นข่าวว่าจะลาออกในบรรยากาศเดียวกันกับที่ นาย

สุรนันทน์ เวชชาชีวะ ตกเป็นข่าว

นั่นก็คือ ลาออกพร้อมกับรองนายกรัฐมนตรีอีก 2 คน

นั่นก็คือ ลาออกพร้อมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ลาออกพร้อมกับ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย

แม้ว่าล่าสุด นายจาตุรนต์ ฉายแสง แถลงผ่านการให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือพิมพ์ "มติชน" และตอบคำถามผู้สื่อข่าวระหว่างการไปราชการที่วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา

ว่า "ไม่มีเรื่องการลาออก"

กระนั้น ข่าวการลาออกของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ก็ยังปรากฏมาเป็นระยะๆ เหมือนกับว่าคำยืนยันที่ย้ำแล้วย้ำอีกจะไม่มีความหมาย

นั่นก็คือ ผู้คนเชื่อ"ข่าวลือ" มากกว่าเชื่อ นายจาตุรนต์ ฉายแสง



เหตุใดจึงว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง มีความแจ่มชัดในเชิง "ความคิด" และในเชิง "ทฤษฎี" มากที่สุดต่อสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้

ประการ 1 เขาเคยให้สัมภาษณ์พิเศษใน "มติชนสุดสัปดาห์"

เป็น "มติชนสุดสัปดาห์" ฉบับหน้าปก เดวิด เบ๊กแฮม ฉบับที่ 1350 (วันที่ 30 มิถุนายน-6 กรกฎาคม 2549)

จากนั้น ก็เรียบเรียงเป็นบทความภาษาอังกฤษตีพิมพ์ซ้ำใน "บางกอกโพสต์"

ประการ 1 เขาเพิ่งให้สัมภาษณ์พิเศษแก่ อนุรักษ์ ทรัพย์เฮง ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ "มติชน" ฉบับประจำวันที่ 17 กรกฎาคม 2549

เป็นการให้สัมภาษณ์ในลักษณะ "ปฏิเสธถูกกดดันให้ออก"

นั่นก็คือ การยืนยันว่า "ผมไม่ออก แต่จะอยู่ต่อเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยและระบบรัฐธรรมนูญเอาไว้"

อันเท่ากับมีความแจ่มชัดในประเด็นของการรักษาระบอบประชาธิปไตย

อันเท่ากับมีความแจ่มชัดในประเด็นของการรักษาระบบรัฐธรรมนูญอันอยู่บนพื้นฐานแห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540

ทั้งๆ ที่มีความแจ่มชัดในระดับนี้ ทั้งๆ ที่มีการยืนยันซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วเหตุใดชื่อของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง จึงถูกนำไปพ่วงทุกครั้งที่มีข่าว นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย จะลาออก

น่าศึกษาอย่างยิ่ง



ประการ 1 แหล่งข่าวบางแหล่งข่าวระบุว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อยู่ในกลุ่มคนเดือนตุลาที่มีความคิดจะปลีกตัวออกมาจากรัฐบาล ออกมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ในจำนวนนี้มี นายภูมิธรรม เวชยชัย รวมอยู่ด้วย

ประการ 1 แหล่งข่าวบางแหล่งข่าวระบุว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง มีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นอยู่กับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

เป็นความสัมพันธ์ผ่านทางภริยา นางจิราภรณ์ ฉายแสง

หากใครศึกษาบทสัมภาษณ์ขนาดยาวของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง ใน "มติชนสุดสัปดาห์" ก็จะประจักษ์ว่าการตัดสินใจใดๆ ของ นายจาตุรนต์ ฉายแสง มิได้เป็นเรื่องส่วนตัว

หากเป็นเรื่องในทาง "ความคิด"

ที่สำคัญก็คือ เขายังเห็นว่ารัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังมีความชอบธรรม ยังเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

กระนั้น ก็ยังมี "ข่าวลือ" เรื่องที่จะลาออกปรากฏขึ้นอย่างไม่ขาดสาย

หากว่าในที่สุดแล้วการรับประทานอาหารตามคำเชิญของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ และ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เกิดขึ้นจริงและนำไปสู่การตัดสินใจลาออกอย่างที่ปรากฏเป็นข่าวล่าสุดใน "มติชน" วันที่ 18 กรกฎาคม 2549

ก็เป็นไปได้ที่ นายจาตุรนต์ ฉายแสง จะต้องเสนอ "ความคิด" เสนอ "ทฤษฎี" ใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบคำถามอย่างหนักแน่นและจริงจังพอๆ กับที่เคยเสนอมาแล้ว



ภายในความอ่อนไหวและเปราะบางของสถานการณ์ ข่าวลือย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ

กระนั้น คนที่ตกเป็นเป้าของข่าวลือก็จำเป็นต้องมีความแจ่มชัด ไม่เพียงแต่ความแจ่มชัดในทางความคิด หากต้องแจ่มชัดในทางการเมืองอีกด้วย

หากไม่แจ่มชัดเสียแล้วโอกาสที่จะอยู่ในสภาพไม้หลักปักเลนก็สูงอย่างสูงยิ่ง

หน้า 3<
 

ใช่ไม่ใช่....ว่าข้อเขียนนี้สำทับให้อดีต ส.สุภาพ แห่งสำนักปัญญาชนในอดีต...ให้อยู่ในสถานะปกปอ้งกติกาทักษิณาธิปไตย..อย่าได้กลับลำเป็นอันขาด.....
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 4 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 10:22:59 PM 
เริ่มโดย apiwat - กระทู้ล่าสุด โดย salt
 ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม ฮืม

หรือจะเพียงอยู่บนภูดูหมากัดกัน? หรือเพียงการเคลื่อนไหวชักเข้าชักออก

ขณะนี้สถานการณ์เป็นที่ชัดเจนว่า ทักสินในฐานะผู้นำประเทศ ใช้เปลือกของประชาธิปไตยคือการลากตั้งเป็นทั้งเกราะและข้ออ้างในการอยู่ในอำนาจเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนตน...กระทำการทุกอย่างทุกประการของเขาทำให้ประเทศเดินหน้าเข้าสู่สภาพอนาธิปไตย...ก่อความแตกแยกร้าวรึกไปทุกระดับ....ทุกพื้นที่ ทั้งในปริมณฑลศาสนา สังคมประชาชนทุกชนชั้น วงการทหารวงการข้าราชการ....แม้กระทั่งระหว่างพี่น้องผัวกับเมีย....หรือกระทั่งในหมู่ "อดีตสหาย"/ในทางการเมือง-ไม่ใช่ในทางส่วนตัว

แต่ที่สำคัญคือ....กำลังความคิดและกำลังสติปัญญา.....และกำลังในการสร้างภาพให้ทักษิณเป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย...ก็คือ...ซีกหนึ่งของ....สำนักอดีตสำนักปัญญาชน....ที่เคยผ่านเขต 7 -ผาจิ...ก็คือ...อดีต..ส.สุภาพ.....ที่ประสานเสียงกับ...อดีต...ส.ดวง เจ้าของคอลั่มวิภาคแห่งฯ เป็นปากกระบอกเสียงให้....

...ดังนั้น การดำรงอยู่ของ ส.สุภาพ ในสถานะปัจจุบัน ก็คือการดำรงอยู่ของระบอบทักฯ......ที่ฉันสงสัยคือ....การดำรงอยู่ของอดีต ส.สุภาพแห่งสำนักปัญชาชนและการขานเสียงสอดรับกันของอดีต..ส.ดวง.....เป็นเรื่องหลักการเพื่อการรักษากติกาประชาธิปไตย ดังที่ อดีต ส.สุภาพ ประกาศและกล่าวอ้างล้วนๆ....มันเป็นไปได้รึ? ที่คนฉลาดและสติปัญญาดีอย่าง อดีต ส.สุภาพ....จะยึดเพียงกะพี้ประชาธิปไตย...แค่การลากตั้ง เป็นไปได้รึ ที่คนฉลาด อย่างอดีต ส.สุภาพ จะมองไม่เห็นว่า ที่ดำรงอยู่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ประชาธิปไตย....มีอะไรอย่างอื่นอีกรึไม่ต่อการดำรงอยู่ในสถานะปัจจุบันของ อดีต ส.สุภาพ แห่งสำนักปัญญาชน...ที่อุทิศตัวอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูให้กับคนที่....ต่ออายุให้ "น้องเขย ตัวเองดำรงตำแหน่งสำคัญระดับปลัดกระทรวงยุติธรรมอย่างน่าละอายถึงสามครั้งสามคราจนกระทั่งเลยอายุเกษียณราชการไปกว่าครึ่งทศวรรษ...ยังไม่นับพฤติกรรมอื่นๆ....

การดำรงอยู่ของอดีต ส.สุภาพ แห่งสำนักปัญญาชนในสถานะปัจจุบัน ประสานเข้ากับการเคลื่อนไหวทางทฤษฎีโดยไม่มองสภาพความเป็นจริง....ของ นักวิชาการอย่าง นาย ธ.ธงทิ่มดิน....และพวกที่เป็นโรคศักดินาโฟเบียแห่งมาลัยเที่ยงคืนทั้งกระบิ....และพวกบ้าคลั่งที่ออกมาต้านศาลทั้งๆที่มีแนวโน้มว่าบางศาลจะตัดสินคดีเข้าข้างพวกที่ใช้ยึดอำนาจรัฐรักษาผลประโยชน์ตนและครอบครัวด้วยซ้ำ...จึงนับได้ว่า....พวกอธรรมเหมือนมีปัจจัยเหนือกว่าภาคประชาชนที่พยายามจะรักษาสมบัติของประเทศให้อยู่ในประเทศ

การเคลื่อนไหวที่ชักเข้าชักออก....จึงน่าจะเป็นการเคลื่อนไหวที่เหนื่อยเปล่าและเข้าทางทักฯเสียจริงๆ ฮืม??
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 5 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 09:53:15 PM 
เริ่มโดย แสนไชย - กระทู้ล่าสุด โดย afterImage
ขอโทษครับ บ่อซอน ยิ้มกว้างๆ
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 6 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 04:05:19 PM 
เริ่มโดย Rocky - กระทู้ล่าสุด โดย jpuusang
Nice music. ยิ้มกว้างๆ
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 7 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 09:51:52 AM 
เริ่มโดย เจได - กระทู้ล่าสุด โดย คนภูเรือ
          ลุกลี้ลุกรนเรียกประชุมแกนนำไทยลักไทย ตรวจสอบกำลังว่ายังแน่นหนาเหมือนเดิมรึปล่าว วานนี้ทักษิณออกอาการเครียดขึ้นสมอง หอบลูกและเมีย เข้าประชุมด้วย สั่งเสียแกนนำอย่าหวั่นไหวกับมรสุมรอบตัว ไม่รู้เหล่าแกนนำไทยลักไทยจะเออออด้วยรึปล่าว เพราะผลของการพบ " แบบปิดลับแอบเป่าเค๊ก " ย้อนหลังวันเกิดสมคิดของ 7 ขุนพลเริ่มส่งผลแล้ว กลุ่มสอสอต่างไหวตัวโทรถามหัวหน้าก๊วนกันมือเป็นระวิงรอสัญญานชัดเจนกระโดดเรือ
           นาทีนี้เป็นต้นไปทักษิณไม่ไว้ใจใครอีกนอกจากเมียและลูก บริวารก็เหลือห้อยกับโหนนอกนั้นเตรียมใส่เสื้อชูชีพ ทักษิณจับสัญญานอันตรายได้แล้ว
           รอดูทักษิณจะตัดสินใจชีวิตทางการเมืองช่วงสุดท้ายอย่างไร

http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics03&content=13160

  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 8 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 09:21:34 AM 
เริ่มโดย Guard - กระทู้ล่าสุด โดย jpuusang
From the radio, now there is a story of Khun Charoen Wat-aksorn.
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 9 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 08:24:28 AM 
เริ่มโดย ค่าคือผู้ข้าประชาชน - กระทู้ล่าสุด โดย Saen
ลุงสังข์ ไม่ทราบว่าได้ส่งใบสมัครไปหรือยังครับ ต้องเขียนใบสมัคร เพราะว่าเขาต้องการข้อมูลเพื่อการจัดส่งด้วยครับ

ถ้ามีเวลาจะโทร. ไปที่ฝ่ายสมาชิก 02 996 9924 หรือ 02 532 9063 ก็ได้ครับ
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


 10 
 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2006, 07:00:58 AM 
เริ่มโดย chanayus - กระทู้ล่าสุด โดย waterstell-น้ำเหล็ก
อำนาจรัฐแดงในฐานที่มั่น (ต่อ)

เทือกเขาสูง แสนหมู่ไม้ หมื่นร่องน้ำ พันดอย ร้อยห้วย (2)

                หมู่บ้านภูเชี่ยงเมียงถือว่า เป็นจุดกลางของหมู่บ้านประชาชนชนชาติม้งในฐานที่มั่นดอยยาว-ผาหม่น ไม่เพียงแต่ทางภูมิศาสตร์ยังเกี่ยวพันถึง สภาพของอำนาจรัฐแดง และตัวแทนประชาชนในเขตฐานที่มั่น แม้ว่าโดยภาพรวมแล้วแกนกลางของงานอำนาจรัฐประชาชนในฐานที่มั่นดูว่าจะอยู่ที่หมู่บ้านชมพูก็ตาม

               จากภูเชี่ยงเมี่ยงมีอีก 3 หมู่บ้านฝั่งภูชายแดน เรียงตามการเดินทางไปถึงคือ ห้วยคึหรือห้วยคุ, ห้วยหาญ และห้วยเหี้ย (ห้วยเฮี้ยหรือห้วยเหี้ยะ) จากชื่อก็บ่งว่า อยู่ใกล้ห้วย  เส้นทางที่ปลอดภัยเวลาไป 3 หมู่บ้านนี้คือ ใช้ทางผ่านหมู่บ้านภูเชี่ยงเมี่ยง เดินผ่านทางเข้าโรงหมอ (ใหม่- ปี 2523)ของเขต โรงหมอนี้ย้ายมาจากโรงหมดที่ใกล้กองทหาร 85 โรงหมอใหม่อยู่ในทำเลอับกระสุนปืนใหญ่ และยากต่อการทิ้งระเบิดจากเครื่องบิน

                การเดินทางจะแวะหรือไม่ก็ได้ แล้วก็เดินลง ๆ ผ่านผาแดง ผาขาว ลุยข้ามห้วย ซึ่งจะมีลำใยใหญ่ป่าต้นใหญ่ ๆ ให้เก็บกินพอหวานปะแล่ม ๆ  บางทีปรากฏว่ามีการตัดลงมาทั้งกิ่งเพื่อกินลำใยไม่กี่พวง จากนั้นจะเป็นหมู่บ้านห้วยหาญ  (ตรงระหว่างกลางหมู่บ้านห้วยหาญ-ห้วยเหี้ย เป็นที่ตั้งโรงเรียนอนุชนประจำฝั่งภูชายแดนซีก 3 ห้วย ส.ที่ทำหน้าที่ครูอนุชน มี ส.ลอยน้ำ, ส.หลิว, ส.วิมล)  

                 จากหมู่บ้านหนึ่งเมื่อจะไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง เดินขึ้นลง ๆ ดอยเล็ก ๆ ข้ามห้วยก็เป็นอีก 1 หมู่บ้าน และเดินลักษณะนี้ก็เป็นอีก 1 หมู่บ้านที่อยู่ “ชาย ๆ” ฐานที่มั่นสักหน่อย

                  การเดินทางเชื่อมต่อระหว่างดอยยาวกับภูชายแดนผาหม่น มีหลายเส้นทางเพราะมีดอยลูกเล็กลูกน้อยเชื่อมต่อกัน แต่ภาวะสู้รบทำให้การเดินทางต้องพิจารณาความปลอดภัยด้วย

                จุดใหญ่ในการเดินทางเชื่อมระหว่างดอยยาว-ภูชายแดนมีสัก 3 แห่ง เริ่มที่หมู่บ้านม้งดำ เดินตัดลัดลงตามดอยเล็ก ๆ มายังหมู่บ้านธงสู้ได้ แต่อันตรายด้วย ทหารใบ้ ทุนระเบิด ของทุกฝ่าย และอันตรายจากกองกำลังติดอาวุธลาดตระเวน เพราะมีค่ายทหารตั้งใกล้ปิดล้อมเข้ามาเรื่อย  ๆ  ในทางกลับกันก็เป็นเส้นทางไปตีค่ายทหารนั่นแหละ

               จุดเชื่อมตรงกลางก็คือ หมู่บ้านภูเชี่ยงเมี่ยง-หมู่บ้านชมพู แล้วกระจายออกสองข้างไปหมู่บ้านธงรบกับธงสู้

               เช่นเดียวกันหมู่บ้านทั้ง 3 ห้วย )ห้วยคึ,ห้วยหาญ และห้วยเหี้ย) ก็สามารถเดินไปยังหมู่บ้านธงรบได้เช่นกัน แต่มีอันตรายมาก ปกติไม่ได้ใช้เป็นทางสัญจร การเดินทางจาก 3 หมู่บ้านที่ใช้ชื่อห้วยนำหน้า มักจะมาผ่านภูเชี่ยงเมี่ยงลงหมู่บ้านชมพูแล้วค่อยไปยังธงรบ, ธงสู้

                แต่ประชาชนในฐานที่มั่นบางท่านที่ชำนาญทางจากประสบการณ์ล่าสัตว์ สามารถใช้เส้นทางลัดตรงได้ และยังมีเส้นทางอื่น ๆ อีก

                ถอยมุมมอง,สูงขึ้นไปเรื่อย ๆ  จะเห็นเทือกเขาภูชายแดนยาวเหยียดจากนั้นภูมิประเทศก็ลาดต่ำลง ๆ จนถึงตำแหน่งของที่ตั้งกองทหาร 85  หน่วยงานเขต หมู่บ้านชมพู จากนั้นจะขึ้นสูงสู่ดอยยาว ที่ทอดตัวขนานกับภูชายแดน

                 อย่างไรก็ตามตรงกลางระหว่างดอยยาวกับภูชายแดนก็ยังมียอดดอยหลายลูกที่มีความสูงมากพอ และมีลักษณะทางภูมิศาสตร์เชื่อมต่อกันจนเป็นแนวเส้นทางยุทธศาสตร์ และเนินยุทธศาสตร์ อันเป็นแต่ละจุดที่ทหารรับจ้างกองพล 93 และทหารรัฐบาลต้องยึดครองในการยุทธระหว่างการสร้างทางสร้างป้อมค่ายในการปราบฐานที่มั่นดอยยาว-ผาหม่นด้วยการผ่าฐานที่มั่นออกเป็นสองซีกด้วยถนนยุทธศาสตร์ หลังจากประสบความล้มเหลวในการสร้างเส้นทางเลียบภูชายแดนที่มุ่งหวังตัดเส้นทางลำเลียงจากฝั่งลาวมาในก่อนแตกเสียงปืนใหม่ ๆ

               คำสรุปสั้น ๆ ของภูมิประเทศ ดอยยาว-ผาหม่นคือ  เทือกเขาสูง แสนหมู่ไม้ หมื่นร่องน้ำ พันดอย ร้อยห้วย  นี่คือเนื้อในของธรรมชาติที่เป็นป่าเขาสลับซับซ้อน

                  แล้วชีวิตผู้คนล่ะ?

*/*/*
เรื่องแถม
ศัตรู - ช้ง - ลอ (2)

                “ตรวจตราให้ดี ๆ เน้อ” ส.หัวหน้าหมู่กำชับ

                เมื่อเดินออกมานอกบ้านพัก สายลมแรงกรีดผิว อาก้าในมือเย็นเฉียบ นอกจากเสียงลมพัดใบไม้กรูกราวแล้ว รอบค่าย ในค่ายเงียบนิ่ง

               หัวหน้าหมู่หันหลังกลับเตรียมไปปลุกสหายที่เป็นคู่ยามกัน ยังไม่ทันก้าวเข้าชายคาบ้าน เสียงรัวก้องดังสนั่นเข้ามาถึงค่าย

                 “ปัง ๆๆๆปึง ปังๆๆ  ปึง ปัง ๆ ๆ  ตึงๆๆ ปังๆๆ ปึงๆๆ ตึง ปังๆ  ”

                 เสียงปืน!!  ทำไมใกล้ค่ายเหลือเกิน และไม่ใช่อาก้าหรือเซกาเซด้วย  หัวหน้าหมู่คิด

                 “ปรี๊ด....ปริดๆๆๆ

                 ปรี๊ด....ปริดๆๆๆ  ปรี๊ด....ปริดๆๆๆ”  เสียงสัญญาณนกหวีดเตือนภัยดังก้องค่าย ดังมาจากจุดอยู่ยามก่อน และตามมาด้วยนกหวีดที่ดังมาจากบ้านที่ผู้กองนอนอยู่

                 ทปท.ทุกหมวดหมู่ทุกชีวิตในกองร้อยพรวดขึ้นจากเตียง สวมรองเท้า คาดซองแม็กกระสุนปืน คาดเข็มขัดระเบิด- กระติกน้ำ-ผ้าผันแผลพร้อมยา ก่อนคว้าอาวุธปืนประจำตัว  

                  “หมู่ 1 คูรบเหนือ  หมู่ 2 คูรบใต้ ที่เหลือลงคูรบสนับสนุน”  ผู้กองบัญชาการรบตามแผนที่ตระเตรียมไว้ ทหารแต่ละหมู่ในกองร้อยประจำตำแหน่งอย่างเร็ว

                  นอกจากสายลมหวีดหวิว เสียงน้ำในลำห้วยดังแว่วมา  ป่าสงบสงัด

                  ไม่มีเสียงปืนดังเพิ่ม  ศัตรูอยู่ที่ไหน?  ใครปะทะกับใคร?

                 สำหรับนักรบทปท. แน่นอนว่าจะไม่แตกเสียงปืน ไม่ยิงหากไม่เห็นเป้าหมาย   เพราะเสียงปืนทำลายศัตรูไม่ได้

                  สหายผู้กองเดินคู้กายมาตามคูรบในค่าย เขาปรึกษากับสหายผู้การที่เป็นฝ่ายชี้นำการเมือง และส.หัวหน้าหมู่ในคูรบนั้นชั่วครู่  ก่อนมีคำสั่งให้ทุกหมู่เตรียมพร้อมอยู่ในคูรบต่อไป  อีกไม่นานก็สว่าง

                  นักรบทปท.ใจระทึก ด้านหนึ่งก็ฮึกเหิมที่จะต่อตีศัตรูซึ่งบังอาจลอบเข้ามาลึกในฐานที่มั่น  อีกด้านหนึ่งอดใจคิดไม่ได้ว่า การระวังป้องกันมีช่องโหว่ตรงไหน และไม่น่าจะมีทหารฝ่ายศัตรูหน่วยไหนที่มีความชำนาญการรบในป่าเขาระดับมีขีดความสามารถเข้ามาไกลได้ขนาดนี้โดยไม่ถูกประชาชน  ทหารบ้าน และทหารสำนักต่าง ๆ พบเห็น

                   ในฐานที่มั่นแทบทุกชีวิต เป็นทหาร มีอาวุธปืนที่สู้รบทำลายได้ เพียงแต่ว่า แต่งเครื่องแบบนักรบทปท.หรือไม่เท่านั้น

                                              0-0-0—
  ลบทิ้ง  |  ตอบ  |  ตอบโดยอ้างถึงข้อความ  |  แจ้งเตือนเมื่อมีผู้ตอบ  


หน้า: [1] 2 3 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1 RC3 | SMF © 2001-2006, Lewis Media | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!