บ้านตุลาไทย
01 พฤศจิกายน 2014, 17:07:50 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 ... 12   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เสน่ห์บนแม่แฮคี้....The hills are alive with the sound of music  (อ่าน 51700 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2006, 10:40:57 AM »

My Day in the hills has come to an end
I know
A Star has come out, to tell me it's time
to go
But deep in the dark green shadows
Are voices that urge me to stay
So I stop and I wait and I listen
For one more sound, for one more lovely thing
that the hills might say

The hills are alive with the sound of music
The songs they have sung for a thousand years
The hills fill my heart with the sound of music

My heart wants to sing every song it hears
My heart wants to beat like the wings of the birds
That rise from the lake to the trees
My heart wants to sigh like the chimes
That flies from a church on a breeze
To laugh like a brook when it trips
And falls over stone on its way
To sing through the night
Like a lark who is learning to pray
I'll go to the hills when my heart is lonely
I know I will hear what I've heard before
My heart will be blessed with the sound of music
And I'll sing once more
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤศจิกายน 2006, 13:44:24 PM โดย DJ-วัยเช้า » บันทึกการเข้า
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2006, 10:45:34 AM »

พฤศจิกายน 01, 2003, 08:04:49 AM
-------------------------------------------------

คิดแล้วใจหาย รู้สึกเหมือนเมื่อวันวาน ...

ครั้งแรกที่เดินทางขึ้นแม่แฮ จำได้ว่าประมาณเดือนพฤศจิกายน ปี 2517 ประมาณนั้น รถประจำทางสายเชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ออกจากประตูเชียงใหม่ตอนเช้ามืด ผ่านฮอดซึ่งยังเป็นหมู่บ้านชุมชนเล็กๆชั้นเดียวหลังคาคร่ำด้วยฝุ่นดินแดง เลี้ยวขวาอัดเครื่องเต็มกำลังขึ้นภูเขา ส่งควันดำฟุ้งกระจายเบื้องหลัง รถเคลื่อนที่ไปช้าๆ บางครั้งเด็กรถต้องกระโดลงไปเอาไม้หมอนมาอัดหนุนล้อไว้กันถอยหลัง ประมาณร่วมเที่ยงจึงมาถึงแม่สะเรียง และจากแม่สะเรียงต่อไปอีก 30 กิโลจึงถึงแม่ลาน้อยเราเดินเท้าจากแม่ลาน้อยหลังจากกินข้าวเที่ยงที่ร้านค้าเล็กๆตรงปากทาง...

เดินไปจนมืดค่ำจึงถึงทางแยกเลี้ยวขวาไปห้วยห้อม ตรงหน้าตรงไปเลี้ยวซ้ายสู่ภูเขาแหงนหน้าคอตั้งบ่ายังมองไม่เห็นยอด ดูลาเปอ ตรงทางแยกจะมีกระท่อมน้อยเพิงพักเถียงนา ด้านหลังเป็นลำธารสายน้อยไหลเย็น เรามักจะพักค้างคืนตรงกระท่อมนี้เป็นประจำ

วันรุ่งขึ้นหลังจากอาหารเช้าแล้วเราค่อยๆก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นดอย ดูลาเปอ เราไม่กล้าเงยขึ้นมองทาง เพราะดูเหมือนว่าจะไม่สิ้นสุด ไม่เห็นยอด แต่หลังจาก 2-3 ช.ม.ผ่านไป หมู่บ้านดูลาเปอร์ก็ปรากฎแก่สายตา

หลังจากดูลาเปอแล้วทุ่งทานตะวันป่าที่บานอยู่เต็มหุบเขาลูกแล้วลูกเล่าปรากฎแก่สายตา ตัดกับสีเขียวของขุนเขาสลับซับซ้อน บางครั้งเราทิ้งกายลงนั่งพักหันหน้าไปทางเนินที่มีสีเขียวขจีตัดกับสีของดอกไม้ป่าสอดแซมหลากสี ลิบลิ่วลงไปในหุบเขา แล้วตัดขึ้นเนินอีกลูกหนึ่ง งดงามดั่งภาพสวรรค์ .........

...............................................

สงสัยว่าปีนี้ต้องกลับไปหาพ้อเลป่าที่เคยสัญญาไว้แล้วว่าจะกลับไปเลี้ยงวัวบนทุ่งหญ้ายอดพุ้ยโข่ด้วยกัน แกคงคอยแล้วคอยหาย เพราะเกีอบ 30 ปีมาแล้ว ต้องกลับไปสารภาพบาปว่ากลับมาติดหลุมพรางทางเศรษฐกิจหลงทางอยู่ร่วม 20 ปี ดอกเบี้ยงอกงามบานสะพรั่ง ติดหนึบ คราวนี้เห็นทีจะไม่รอคอยให้อะไรคลี่คลายอีกแล้ว ต้องกลับไปก่อนที่จะเดินไม่ไหว และไม่มีโอกาสไป

..........................................

ได้ปรึกษากับพะสะเกแล้วว่า 4-5-6-7-8 ธันวาคม นี้แหละ ฤกษ์ดี อากาศยอดดอยประมาณ 15-20 องศา ทุ่งทานตะวันยังบานเหลืองสะพรั่ง ทุ่งหญ้าเขียวขจี เหมือนยอดเขาในเมืองซอลท์เบิร์กที่คุณจูลี่ แอนดรู แอบไปร้องเพลงแล้วกลับมาสวดมนต์ในโบสถ์ไม่ทัน ใน Sound of Music  ยังไงยังงั้น และครอบครัวฟอนแทรบก็จะได้ไปวิ่งเล่นกลางทุ่งหญ้า สมใจหวังอีกครั้งครา กางเต้นท์นอนบนยอดเขาสู้ง ฟังเสียงลมหวีดหวิว หากโชคดีอาจเห็นกระต่ายป่าออกมาเต้น ชมจันทร์ ...


4 ธันวา บ่ายๆ ออกจากกรุงเทพ พักค้างคืนกลางทาง
5 ธันวา เดินทางต่อ บ่ายแก่ๆคงถึงแม่แฮ
หลังจากนั้นคงพักผ่อนดื่มด่ำกับธรรมชาติงดงาม ....

 พฤศจิกายน 01, 2003, 08:04:49 AM

...........


พะซือมือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤศจิกายน 2006, 13:45:05 PM โดย DJ-วัยเช้า » บันทึกการเข้า
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2006, 10:49:21 AM »

ตาเฒ่า คลัมซี่
 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2003, 09:09:14 AM


เฒ่าบันทมกล่าวได้ถูกต้องแล้ว
ถ้าไม่ไปปีนี้ ก็ไม่รู้จะรอให้พร้อมเมื่อใด
ครั้นจะรอเหล่าบรรดา " พะ.." และ "หน่อ .."
อดีตศิษ์เก่าแม่แฮให้พร้อมกัน เห็นทีจะยาก
บางคนติดลูก ..บางคนติดแม่ บางคนติดสามี ..ภรรยา
บางคนติดงาน..บ้างก็ติดหนี้...และติด..ติด...ฯลฯ
ไม่มีวันพร้อม..

เราจึงควรถือฤกษ์สะดวก คือ กำหนดไปเลย
อย่างที่พะซือมือว่า..ต้นธันวากำลังสวย ดอกบัวตองบาน ทางแห้ง วิวสวย 
นั่นคือ วันที่ 4 ธ.ค. บ่ายๆออกเดินทาง
รถใครรถมัน..
นอนระหว่างทาง..
เช้าค่อยออกเดินทางต่อ..
สำหรับพะซือมือ กับ หน่อนุ้ย..
" แบล็คฮอร์ค " ยินดีต้อนรับพอดีสองที่

เรื่องเส้นทาง ..
เราอาจใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ ลำพูน ป่าซาง บ้านโฮ่ง ไปออกเกือบถึง อำเภอจอมทอง แล้วเลี้ยวขึ้นดอยอินทนนท์ ก่อนถึงอินทนนท์มีทางเลี้ยวซ้าย ลงอำเภอแม่แจ่ม
 
หรือจะไปทางลัด สั้นที่สุด จาก กรุงเทพฯ ตาก เถิน เลี้ยวซ้ายไปอำเภอลี้ แล้วไปออก อ.จอมทอง ขึ้นดอยอินทนนท์ ไปลงอ.แม่แจ่ม
(เวลาผ่านด่านอุทยานฯให้บอกเจ้าหน้าที่ว่าไป อ.แม่แจ่ม  จะได้ไม่ต้องเสียเงินค่าผ่านด่าน)

พอถึงแม่แจ่มให้ไปตรงหน้าอำเภอแม่แจ่ม จะเห็นตลาดและสะพานข้ามแม่น้ำแม่แจ่ม พอข้ามสะพานจะเป็นสามแยกเห็นป้ายบอกทางไปเลี้ยวทางขวาว่า " แม่แฮใต้ 44 กม. " ให้วิ่งไปตามถนนแล้วเลี้ยวซ้ายขึ้นดอย ไปบ้านปางหินฝน ก่อนถึงปางหินฝนเลี้ยวซ้ายไปบ้านแม่แฮใต้..ทางเดียวเลย  รับรองไม่มีหลง

ไม่ต้องมีแผนที่ ขอให้ไปถึงอำเภอแม่แจ่ม รับรองว่าถึงแม่แฮแน่ๆ นะเฒ่าการ์ด หน่อวาดี ลองนัดหมายกับเจ๊วรรณดูสิ..
เห็นแกบอกผมที่ภูร่องกล้าว่า อยากให้นัดพรรคพวกในช่วงนั้น..

ดังนั้น จึงฝากเรียนบรรดาศิษย์เก่าแม่แฮทั้งหลายว่า  ให้เตรียมตัวกันได้..จับคู่ หารถ เตรียมเต้นท์ เสบียงกรัง ..ขึ้นแม่แฮแกันซะที
คราวนี้ผมจะได้หมดภาระ..
ไม่ต้องโดนต่อว่า ว่าหนีไปคนเดียวอีก...(ฮ่าๆๆ ก็มันว่างนี่ครับ..)

ลองคิดดูนะครับ..บรรดา " หน่อ..พะ.." ทั้งหลาย
เรื่องรถ ถ้าเป็นปิ๊คอัพละก็ไปได้แน่..รับรอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤศจิกายน 2006, 13:45:54 PM โดย DJ-วัยเช้า » บันทึกการเข้า
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2006, 10:56:54 AM »

jadi
--------------------------------------
พฤศจิกายน 27, 2003, 09:30:45


ลุงบันทม เขียนไว้ว่า

คิดแล้วใจหาย รู้สึกเหมือนเมื่อวันวาน ...

ครั้งแรกที่เดินทางขึ้นแม่แฮ จำได้ว่าประมาณเดือนพฤศจิกายน ปี 2517 ประมาณนั้น รถประจำทางสายเชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน ออกจากประตูเชียงใหม่ตอนเช้ามืด ผ่านฮอดซึ่งยังเป็นหมู่บ้านชุมชนเล็กๆชั้นเดียวหลังคาคร่ำด้วยฝุ่นดินแดง เลี้ยวขวาอัดเครื่องเต็มกำลังขึ้นภูเขา ส่งควันดำฟุ้งกระจายเบื้องหลัง รถเคลื่อนที่ไปช้าๆ บางครั้งเด็กรถต้องกระโดลงไปเอาไม้หมอนมาอัดหนุนล้อไว้กันถอยหลัง ประมาณร่วมเที่ยงจึงมาถึงแม่สะเรียง และจากแม่สะเรียงต่อไปอีก 30 กิโลจึงถึงแม่ลาน้อยเราเดินเท้าจากแม่ลาน้อยหลังจากกินข้าวเที่ยงที่ร้านค้าเล็กๆตรงปากทาง...

เดินไปจนมืดค่ำจึงถึงทางแยกเลี้ยวขวาไปห้วยห้อม ตรงหน้าตรงไปเลี้ยวซ้ายสู่ภูเขาแหงนหน้าคอตั้งบ่ายังมองไม่เห็นยอด ดูลาเปอ ตรงทางแยกจะมีกระท่อมน้อยเพิงพักเถียงนา ด้านหลังเป็นลำธารสายน้อยไหลเย็น เรามักจะพักค้างคืนตรงกระท่อมนี้เป็นประจำ

วันรุ่งขึ้นหลังจากอาหารเช้าแล้วเราค่อยๆก้มหน้าก้มตาเดินขึ้นดอย ดูลาเปอ เราไม่กล้าเงยขึ้นมองทาง เพราะดูเหมือนว่าจะไม่สิ้นสุด ไม่เห็นยอด แต่หลังจาก 2-3 ช.ม.ผ่านไป หมู่บ้านดูลาเปอร์ก็ปรากฎแก่สายตา

หลังจากดูลาเปอแล้วทุ่งทานตะวันป่าที่บานอยู่เต็มหุบเขาลูกแล้วลูกเล่าปรากฎแก่สายตา ตัดกับสีเขียวของขุนเขาสลับซับซ้อน บางครั้งเราทิ้งกายลงนั่งพักหันหน้าไปทางเนินที่มีสีเขียวขจีตัดกับสีของดอกไม้ป่าสอดแซมหลากสี ลิบลิ่วลงไปในหุบเขา แล้วตัดขึ้นเนินอีกลูกหนึ่ง งดงามดั่งภาพสวรรค์ .........

...............................................

ลุงบันทมเขียนไว้อย่างนี้
อ่านแล้วประทับใจ  เหมือนกวีบทหนึ่ง


    เมื่อปี 2517  ลุงสม  ตาคำสี  ลุงบันทม  ลุงช้าง  ป้าดวง  น้าวีระศักดิ์  ยอดระบำ ฯลฯ  ไปอยู่กันคนละหลาย ๆ เดือน  ผมก็รอที่จะไปในปี 18  ปี 19  แต่สถานการณ์ต่าง ๆ เรียกร้อง  เลยพลาดหวัง 
    ครั้งนี้ ลุงกาจ  ลุงบันทม  เอ่ยปากชวน  แต่พอดีกับที่ผมขาดปัจจัยสำคัญหลายอย่าง   ต้องสงวนเอาไว้  ไม่สะดวกที่จะร่วมทาง       
    ขอให้เดินทางสะดวก สนุก ปลอดภัย และประทับใจ  กลับมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง  นะครับ

   
     และอยากให้  ลุงสม  ตาคำสี   เขียนบันทึกชีวิตวัยหนุ่มบนแม่แฮอีกเล่ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 22 พฤศจิกายน 2006, 13:46:35 PM โดย DJ-วัยเช้า » บันทึกการเข้า
บันทม
Full Member
***
กระทู้: 423



ดูรายละเอียด เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: 22 พฤศจิกายน 2006, 22:39:02 PM »

มาอ่านอีกครั้งเมื่อพ.ย. 2006 ...
สามปีผ่านไปไวปานสายหมอกบนดอยยามรุ่งสาง
ขาวโพลนประหนึ่งห่มคลุมด้วยสายทิพย์แห่งสวรรค์
ก่อนแสงแรกของตะวันจะสาดส่อง
คลิ่ธารทิพย์ออกไป เผยให้เห็นความเป็นจริงแห่งมวลมนุษยชาติ

วันนี้เดินทางมาใกล้แม่แฮคี้
วันเวลาเดิม แต่อีกศักราช

กาลเวลาไม่หวนคืน ,,,,,
บันทึกการเข้า

เส้นทางน้ำมันปตท.สิ่งที่ควรรู้
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2006, 15:02:01 PM »



การเดินทางจากแม่แจ่มสู่บ้านแม่แฮใต้ต้องผ่านขุนเขาลูกแล้วลูกเล่า ลัดเลาะซอกซอนตามทางลูกรังสูงชัน ลาดลงจากสันเขาสุดตาสุดโค้งคดเคียวราวกับว่าเป็นเมืองลับแล คณะของเรานัดพบกันที่ตัวอำเภอแม่แจ่ม โดยมีพ้อเลป่าและพะตามุ มาคอยรับด้วยใจระทึก ด้วยเหตุที่ไม่เคยพบกันมาเลยหลังจากเหตุการณ์ปราบปรามก่อกรณีนองเลือด ๖ ตุลา ๒๕๑๙ เมื่อขบวนรถของเราพร้อมแล้วก็เริ่มต้นติดเครื่องยนต์รถคู่ใจของแต่ละคน เป้าหลายข้างหน้า ๔๔ กม. เพื่อย้อนอดีต ระลึกถึงขุนเขาและมวลสรรพสิ่งที่ดำรงชีวิตอยู่ที่นั่น ซึ่งในปี ๒๕๑๗ต้องใช้เวลาเดินเท้าเข้าไปเพียงวิธีเดียวถึง ๒ วัน
บันทึกการเข้า
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2006, 15:05:17 PM »

แม่แฮขุนเขาที่ได้เคยหล่อหลอมดวงใจของเหล่านักนักศึกษาในชนชั้นที่สามารถเอาตัวรอดได้ในสังคม
ทว่าเขาเหล่านั้นต่างกลับหลังให้กับสถานะของตน กล้าใช้ชีวิตเช่นเดียวกับชาวปากญอ ฝึกทำไร่ เก็บข้าว
หาฝืน หาบน้ำ หุงข้าว ทุ่มเทลงแรงใส่ใจเพื่อเพื่อนมนุษย์ 
บากบั่นอดทนสร้างโรงเรียน สอนหนูน้อยให้มีความรู้ในอีกวิถีชีวิตหนึ่งเพื่อประยุคผสมผสานกับชีวิตในความเป็นจริง

เช่นนี้เองจึงทำให้คณะของเราตื่นเต้นดีใจไม่แพ้ชาวแม่แฮที่ถ่ายทอดความในใจไว้ว่าเหมือนฝันไป
ครั้นหยิกเนื้อตัวเองรู้สึกเจ็บ ก็แปลว่าไม่ได้ฝัน นี่คือความเป็นจริง ซึ่งเคยจากกันไป เกือบ ๓๐ ปี ไม่นึกไม่ฝันว่าจะมีวันเช่นนี้อีก

บันทึกการเข้า
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2006, 15:09:09 PM »



ขนมพื้นบ้านชาวปกาญอที่นำมาให้ได้กินกันตอนหัวค่ำ ให้หวลถึงวันเก่า
บันทึกการเข้า
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2006, 15:19:16 PM »

บัวตองบานรอรับ กว่าจะได้ไป เจ้าเบ่งบานนานจนเกือบเหี่ยวเฉา

ถ้าเป็นสีขาวคงเข้ากับบทเพลง........



Edelweiss, Edelweiss


Every morning you greet me

Small and white, clean and bright

You look happy to meet me


Blossom of snow may you bloom and grow

Bloom and grow forever


Edelweiss, Edelweiss

Bless my homeland forever

ขอบคุณที่ป้าแอ๊ดสำหรับเนื้อเพลง
บันทึกการเข้า
DJ-tulaRADIO
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 23 พฤศจิกายน 2006, 15:23:39 PM »



คุณพ่อของเจ้าของบ้านหลังนี้ ได้ให้ชื่อภาษาปกาญอแก่ผมว่า "พะเวทุ"
บันทึกการเข้า
Pa Pol
Full Member
***
กระทู้: 222


ดูรายละเอียด
« ตอบ #10 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2006, 00:34:17 AM »

ภาพปากะยอสองสาวกำลังสาละวนกับการเลือกสีสรรของย่ามที่บรรจงทอไว้และครั้งนี้ได้นำมาให้กับครูผู้มาเยื้อนเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว เมื่อมาพบกันไม่มีอะไรจะดีใจและให้ย่ามเป็นของฝาก
บันทึกการเข้า
Pa Pol
Full Member
***
กระทู้: 222


ดูรายละเอียด
« ตอบ #11 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2006, 00:48:07 AM »

รูปต่อมาเป็นภาพของกลุ่มแม่บ้านปากะยอ
มาตั้งร้านในงานเลี้ยงต้อนรับครูของเขาที่ไม่ได้พบปะกันมานาน
 เหมือนเลี้ยงค็อกเทลเลยนะ
  อาหารคืนนั้นก็มี 
โลเคบ้อนึ่ง(ฟักทองนึ่ง) ชาวบ้านปลูกเองในไร่ข้าวจะมีอายุยาวจึงมันอร่อยและเก็บไว้ได้นานไม่เน่าเสีย
ข้าวเหนียวห่อนึ่งเหมือนข้าวต้มมัด อาจจะใส่กล้วยหรือไม่ใส่ ออกจืดๆใส่น้ำตาลน้อยหรือไม่ใส่
ข้าวโพดกวนเหนียวใส่แป้งมันแล้วห่อนึ่ง
เมโตพลี  เป็นข้าวเหนียวขาวหรือดำก็ได้นึ่งร้อนๆแล้วนำไปตำใส่งา เกลือ 
เป็นขนมทำหน้าเทศกาลช่วงวันคริสต์มาส งานนี้ทำขึ้นเพื่อต้อนรับครู
บันทึกการเข้า
Pa Pol
Full Member
***
กระทู้: 222


ดูรายละเอียด
« ตอบ #12 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2006, 00:51:48 AM »

รูปต่อมา
ดอกบัวตองหรือดอกทานตะวันป่า
ซึ่งเป็นความงามของเทือกเขาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ช่วงเดือนตุลาถึงพฤศจิกา
ตอนนี้คงพอหาดูได้
บันทึกการเข้า
Pa Pol
Full Member
***
กระทู้: 222


ดูรายละเอียด
« ตอบ #13 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2006, 00:57:11 AM »

รูปต่อไป
บ้านครูยี่ล้า เป็นดอกผลของครู กพ กช
ที่ขึ้นไปสอนจนชาวบ้านเห็นความสำคัญส่งลูกหลานไปเรียนสูงขึ้นและกลับมาสอนโรงเรียนในหมู่บ้านเกิด
 และมีครูตามุอีกคน
บันทึกการเข้า
Mai - Econ
Newbie
*
กระทู้: 16


ดูรายละเอียด
« ตอบ #14 เมื่อ: 24 พฤศจิกายน 2006, 23:18:03 PM »

พวกเราไปเยี่ยมบ้านพักนักเรียนเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2547 
คิดถึงเด็ก ๆ จังเลย   เมื่อไหร่จะได้ไปกันอีก


* Img_1154.jpg (22.42 KB, 400x300 - ดู 784 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 ... 12   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP จดโดเมน และโฮสติ้ง | บริษัท Voip และ Asterisk | โทรศัพท์ voip ราคาถูก | หัดใช้ Asterisk ด้วยตัวเอง
Powered by SMF 1.1.18 | SMF © 2006-2009, Simple Machines
Valid XHTML 1.0! Valid CSS!